ปากีสถาน เวียดนามกดดันเฟซบุ๊ก, ยูทิวบ์สกัดเนื้อหาไม่พึงประสงค์

ยูทิวบ์ Image copyright Press Association

เวียดนามเรียกร้องบริษัทในประเทศยุติการลงโฆษณาในเฟซบุ๊กและยูทิวบ์ จนกว่าจะหาทางยุติการเผยแพร่ข้อมูลต่อต้านรัฐบาลได้สำเร็จ ส่วนปากีสถาน รัฐบาลขอให้เฟซบุ๊กช่วยตรวจสอบเนื้อหาหมิ่นศาสนา

รัฐบาลเวียดนามเริ่มกดดันบริษัทต่างๆเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อพยายามให้กูเกิล ซึ่งเป็นเจ้าของยูทิวบ์ และสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ให้กำจัดเนืั้อหาที่ผู้แข็งข้อต่อรัฐบาลเวียดนามที่อยู่ในต่างประเทศโพสต์ต่อต้านรัฐบาล แต่นายเจือง มินห์ ต๋วน รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลและการสื่อสารของเวียดนาม กล่าวว่า ยังไม่มีการตอบสนองที่ดีพอ แม้ว่าจะมีวิดีโอต่อต้านรัฐบาลราว 8,000 วิดีโอบนยูทิวบ์ แต่กูเกิลได้ปิดกั้นการเข้าถึงไปเพียง 42 วิดีโอ และไม่ได้นำวิดีโอเหล่านี้ออกไปอย่างสมบูรณ์

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เจือง มินห์ ต๋วน รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลและการสื่อสารของเวียดนาม

ส่วนในปากีสถาน ทางรัฐบาลได้ขอให้เฟซบุ๊กช่วยตรวจสอบเนื้อหาหมิ่นศาสนา โดยเฟซบุ๊กได้รับปากว่าจะส่งคณะเจ้าหน้าที่เข้าจัดการในเรื่องดังกล่าวแล้ว

ในการประชุมกับรัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลและการสื่อสารในกรุงฮานอยของเวียดนาม บริษัทต่างๆ รวมถึงยูนิลีเวอร์ ฟอร์ด และยามาฮ่ามอร์เตอร์ที่ดำเนินกิจการในเวียดนาม ยอมปฏิบัติตามการเรียกร้องของรัฐบาลในการยุติการลงโฆษณาทางยูทิวบ์

ยูทิวบ์ได้เน้นย้ำถึงนโยบายระดับโลกในการพิจารณาข้อเรียกร้องของรัฐบาลอย่างถี่ถ้วนเพื่อปิดกั้นเนื้อหาที่รัฐบาลเชื่อว่าผิดกฎหายและจำกัดเนื้อหาอย่างเหมาะสม ส่วนเฟซบุ๊กยังไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ

Image copyright Getty Images

เจฟฟ์ เพน ผู้อำนวยการกลุ่มเอเชียอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นสมาคมอุตสาหกรรมที่กูเกิลและเฟซบุ๊กเป็นสมาชิกด้วย กล่าวว่า เป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลเวียดนามต้องคุ้มครองธรรมชาติในการเปิดกว้างของอินเทอร์เน็ต และให้บังคับใช้เงื่อนไขที่เหมาะสมที่กระตุ้นการลงทุนและส่งเสริมนวัตกรรม

การที่มีรัฐบาลตำหนิกูเกิลและเฟซบุ๊กเกี่ยวกับเนื้อหาที่เผยแพร่ทางออนไลน์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เจ้าหน้าที่ทางการระบุว่าไม่ค่อยมีประเทศใดพยายามที่จะกดดันพวกเขาผ่านบริษัทที่ลงโฆษณามาก่อน

Image copyright Getty Images

บริษัทที่เป็นของทางการเวียดนามอย่าง วีนามิลค์ และสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ ได้พักการลงโฆษณาทางยูทิวบ์แล้วเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากที่รัฐบาลแจ้งทางบริษัทว่าโฆษณาของพวกเขาปรากฏอยู่เคียงข้างกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

ทั้งนี้จากข้อมูลของหน่วยงานการตลาดดิจิทัลในเวียดนามระบุว่า ยูทิวบ์ และเฟซบุ๊กครองส่วนแบ่งในตลาดสื่อดิจิทัลในเวียดนามราว 2 ใน 3 โดยเวียดนามถูกวิจารณ์จากชาติตะวันตกและกลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆจากการที่บังคับใช้คำสั่งห้ามสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลต่อต้านรัฐบาล ซึ่งทำลายความมั่นคงและเอกภาพของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง