พบกับชนชาติหัวใจแกร่งที่สุดในปฐพี

Image copyright MICHAEL GURVEN

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารแลนเซ็ตระบุว่า แทบจะไม่พบชาวชีเมเนที่มีอาการหลอดเลือดอุดตันเลย แม้กระทั่งในกลุ่มผู้สูงอายุก็ตาม นักวิจัยชี้ว่าชาวชีเมเนเป็นกลุ่มประชากรที่น่าเหลือเชื่อ มีวิถีชีวิตและกินอาหารที่ต่างไปจากคนส่วนใหญ่ในโลกอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยชี้ว่าชาวโลกไม่สามารถหวนกลับไปใช้ชีวิตด้วยการล่าสัตว์ และทำการเกษตรแบบดั้งเดิมได้อีก แต่มีบทเรียนหลายอย่างที่ชาวโลกควรนำไปปรับใช้

ชาวชีเมเนเป็นใคร

มีชาวชีเมเนราว 16,000 คน ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ จับปลาและทำการเกษตรแบบดั้งเดิมบริเวณแม่น้ำมานิกิ ในป่าดงดิบแอมะซอน ในเขตประเทศโบลิเวีย

Image copyright BEN TRUMBLE

วิถีชีวิตของพวกเขาคล้ายกับวิถีชีวิตของมนุษย์เมื่อหลายพันปีก่อน

การเดินทางไปยังถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกเขาเต็มไปด้วยความยากลำบาก ทีมนักวิจัยและแพทย์ต้องเปลี่ยนเครื่องบินหลายเที่ยว รวมทั้งต้องเดินทางด้วยเรือแคนูด้วย

เปรียบเทียบอาหารของคุณกับชาวชีเมเน

  • อาหาร 17% ของชาวชีเมเนเป็นเนื้อสัตว์ที่ได้มาจากการล่า เช่น หมูป่า สมเสร็จ และหนูน้ำคาปิบาราซึ่งจัดเป็นหนูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
  • 7% เป็นปลาน้ำจืด รวมทั้งปลาปิรันยา และปลาดุก
  • ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง และกล้วยกล้าย
  • ผลไม้ป่าที่ขึ้นตามธรรมชาติและถั่ว
Image copyright MICHAEL GURVEN

หมายความว่า

  • 72% ของพลังงานในอาหารมาจากคาร์โบไฮเดรต เมื่อเทียบกับ 52% ในสหรัฐฯ
  • 14% มาจากไขมัน เมื่อเทียบกับ 34% ในสหรัฐฯ ชาวชีเมเนยังกินไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าคนในสหรัฐฯ มาก
  • ทั้งคนอเมริกันและชีเมเนได้พลังงานจากโปรตีน แต่ชาวซีเมเนกินเนื้อไม่ติดมันมากกว่า

พวกเขาแข็งแรงแค่ไหน

พวกเขามีวิถีชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง มีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉลี่ยผู้ชายเดินวันละ 17,000 ก้าว ผู้หญิง 16,000 ก้าว

แม้แต่คนสูงอายุยังเดินเฉลี่ยวันละ 15,000 ก้าว

ชีเมเน Image copyright MICHAEL GURVEN

ดร. เกรกอรี โทมัส หนึ่งในคณะนักวิจัยจากศูนย์การแพทย์ลองบีชเมโมเรียล ในรัฐแคลิฟอร์เนียชี้ว่า ร่ายกายของพวกเขามีอัตราการเคลื่อนไหวสูงมาก

ศ.ไมเคิล เกอร์เวน นักมานุษยวิทยาที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาบาร์บารา บอกบีบีซีว่า นักวิจัยได้ศึกษาชาวชีเมเนมานานแล้ว และเห็นพ้องกันว่าพวกเขาเป็นกลุ่มประชากรที่มีสุขภาพแข็งแรง มีระดับแคลเซียมในเลือดต่ำมากกว่ากลุ่มประชากรอื่น ๆ เท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ ในประชากรกลุ่มอื่นที่พบว่ามีแคลเซียมในเลือดต่ำในระดับที่ใกล้เคียงที่สุด ก็น่าจะเป็นผู้หญิงญี่ปุ่น

ชีเมเน Image copyright MICHAEL GURVEN

หัวใจของพวกเขาแข็งแรงแค่ไหน

จากการตรวจหาแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ หรือหินปูนที่ผนังหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งหากมีสูงอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเสี่ยงการเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบและหัวใจวายได้ นักวิจัยรายงานว่า แทบไม่พบชาวชีเมเนในวัย 45 ปี มีหินปูนที่ผนังหลอดเลือดหัวใจเลย ขณะที่การศึกษาชาวอเมริกันในกลุ่มอายุเดียวกันพบว่า 25% มีหินปูนที่ผนังหลอดเลือด

ส่วนในกลุ่มวัย 75 ปี นักวิจัยรายงานว่า 2 ใน 3 ของชาวชีเมเน ไม่พบว่ามีหินปูนที่ผนังหลอดเลือด ผิดกับชาวอเมริกันที่พบถึง 80%

Image copyright MICHAEL GURVEN

ศ.กอร์เวนชี้ว่า ผลการศึกษาชาวชีเมเนทำให้ตระหนักว่า เราควรยึดแนวทางการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไม่ใช่แค่ทำเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์

ด้าน ดร.โทมัส บอกว่า เราจำเป็นต้องออกกำลังกายมากกว่านี้เพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรง วิถีชีวิตสมัยใหม่ทำให้เราตื่นตลอดเวลา การขยายตัวของเขตเมืองและการแบ่งแยกกันทำงานตามความเชี่ยวชาญอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงของการมีหัวใจที่ไม่แข็งแรง ผิดกับชาวชีเมเนที่อยู่กันเป็นชุมชนเล็ก เป็นสังคมที่สังสรรค์กันตลอดเวลา และพวกเขาก็มองโลกในแง่บวกด้วย