สงครามราคาทำรายได้สายการบินภูมิภาคดิ่ง

เครื่องบินการูด้า Image copyright Getty Images

สายการบินหลักในเอเชียเผชิญมรสุมราคา ทำรายได้และกำไรหดถ้วนหน้า การูด้ากำไรวูบ 89% ส่วน คาเธ่ย์แปซิฟิคเตรียมปรับโครงสร้างหลังขาดทุนครั้งแรกในรอบ 8 ปี ด้านการบินไทยรายได้ลงแต่มีกำไรเป็นครั้งแรก 15 ล้านบาท เพราะอานิสงส์ปฏิรูปองค์กร หลังขาดทุนเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2556 ที่ 1.56 หมื่นล้านบาท

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานคำแถลงของนายอาเรียฟ วิโบโว่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินการูด้าอินโดนีเซีย ว่าการูด้ากำลังเผชิญแรงกดดันจากสงครามราคาทั้งเส้นทางบินในประเทศและระหว่างประเทศ หลังจากที่สายการบินรายงานผลกำไรสุทธิในปีที่แล้วที่ 8.07 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 280 ล้านบาท) ลดลง 89% จากที่เคยทำกำไรสุทธิ 76.48 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.65 พันล้านบาท ) ในปีก่อนหน้า

โดยอัตราผลตอบแทนที่ได้จากผู้โดยสารของการูด้า ซึ่งเป็นการวัดราคาค่าโดยสารเฉลี่ยที่ผู้โดยสารจ่ายต่อระยะทาง ลดลงจาก 7.5 เซ็นต์ (ประมาณ 2.59 บาท) ในปี 2558 มาอยู่ที่ 6.9 เซ็นต์ (ประมาณ 2.39 บาท) ในปีที่แล้ว

Image copyright Getty Images

ค่าเชื้อเพลิงลดแต่ราคาตั๋วแข่งดุ

ด้านนายเจอร์รี่ โซจัตมาน นักวิเคราะห์กิจการสายการบิน บอกกับบีบีซีอินโดนีเซีย ว่า ธุรกิจการบินในระดับภูมิภาคยังได้รับผลดีจากการที่ต้นทุนราคาเชื้อเพลิงที่ลดลง แต่การแข่งขันด้านราคาที่สูงมากทำให้ผลกำไรของการูด้าลดลง นอกจากนี้การูด้ายังแบกรับต้นทุนจากการสั่งซื้อเครื่องบินล่วงหน้าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาด้วย

ด้านนายโจเซฟ ปางาริบวน นักวิเคราะห์อีกคน เปิดเผยกับบีบีซีอินโดนีเซีย ว่าการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างสายการบินต้นทุนต่ำในประเทศส่งผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนที่ได้จากสายการบินซิตี้ลิงก์ ซึ่งการูด้าเป็นเจ้าของ ขณะที่บริการเส้นทางบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของสายการบินต่าง ๆ มีปริมาณมากกว่าความต้องการของผู้บริโภค ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ได้เติบโตมากนัก

Image copyright Getty Images

คาเธ่ย์แปซิฟิคตั้งเป้าหั่นงบพนักงาน 30%

เว็บไซต์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับแผนปรับโครงสร้างของคาเธ่ย์แปซิฟิคว่า สายการบินจะปรับโครงสร้างพนักงาน ทั้งตัดลดตำแหน่งบางส่วน ปรับเปลี่ยนหน้าที่ เพิ่มพนักงานใหม่ แต่จำนวนพนักงานจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม บริษัทตั้งเป้าว่าการปรับโครงสร้างจะช่วยลดต้นทุนพนักงานที่สำนักงานใหญ่ในฮ่องกงได้ 30%

Image copyright Getty Images

คาเธ่ย์แปซิฟิค เปิดเผยเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า ผลจากการแข่งขันอย่างดุเดือดกับสายการบินคู่แข่งจากจีนแผ่นดินใหญ่และตะวันออกกลาง ทำให้เมื่อปีที่แล้วบริษัท ขาดทุน 575 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 2.56 พันล้านบาท) จากเดิมที่ได้กำไร 6 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 2.676 หมื่นล้านบาท) ในปีก่อนหน้า ถือเป็นการขาดทุนครั้งแรกในรอบ 8 ปีนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก และเป็นครั้งที่ 3 ที่คาเธ่ย์แปซิฟิคมีผลประกอบการทั้งปีขาดทุน นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1946 (2489)

Image copyright Getty Images

สายการบินจีนเปิดบินตรงเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ สายการบินของจีนแผ่นดินใหญ่และตะวันออกกลางที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาค อาทิ แอร์ไชน่าและไชน่าอีสต์เทิร์นได้เสนอบริการบินตรงจากจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่เที่ยวบินของคาเธ่ย์แปซิฟิคต้องบินผ่านทางฮ่องกง จึงลดความน่าดึงดูดใจต่อผู้โดยสารลง และทำให้ยอดขายตกลงราว 9.4%

นายจอห์น สโลซาร์ ประธานกรรมการสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค ระบุว่า ความต้องการในที่นั่งชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจก็ลดลงเช่นกัน

Image copyright Getty Images

ขณะที่ค่าโดยสารเฉลี่ยที่ผู้โดยสารจ่ายต่อระยะทาง 1 ไมล์เป็นตัวบ่งชี้ถึงผลการดำเนินงานของสายการบินและกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ตัวเลขนี้ลดลง 9.2% ในปีที่แล้ว ขณะที่อัตราผลตอบแทนที่ได้จากบริการขนส่งสินค้าลดลง 16.3%

การบินไทยกำไร 15 ล้านบาท

ด้านบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) แถลง เมื่อ 23 มีนาคมที่ผ่านมาว่า การปรับปรุงการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ และการปฏิรูปองค์กรประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ ทำให้บริษัทเปลี่ยนจากการขาดทุนสูงสุด เมื่อปี 2556 จำนวน 1.56 หมื่นล้านบาท มาเป็น กำไร 15 ล้านบาท เมื่อปีที่แล้ว โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน จำนวน 4,071 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนขาดทุน 1,304 ล้านบาท หรือดีขึ้นจากปีก่อน 412.2% สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายรวมลดลง และค่าน้ำมันเครื่องบินลดลง

ทว่ารายได้รวมของสายการบินลดลงต่อเนื่อง จาก 2.06 แสนล้านบาท ในปี 2556 เป็น 1.78 แสนล้านบาท ในปี 2559 อย่างไรก็ดี ค่าใช้จ่ายของบริษัทก็ลดลงมากเช่นกันจาก 2.19 แสนล้านบาท ในปี 2556 เป็น 1.4 แสนล้านบาท ในปี 2559 อย่างไรก็ดี ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่ายยังสูงมาก โดยลดลงจาก 2 หมื่นล้านบาท ปี 2556 เป็น 1.79 หมื่นล้านบาท เมื่อปีที่แล้ว

Image copyright Getty Images

สิงคโปร์แอร์ไลน์กำไรสุทธิลดลง

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์สิงคโปร์แอร์ไลน์เพิ่งเผยแพร่ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ของปี 2016-17 ซึ่งมีผลกำไรสุทธิ 177 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ลดลง 35% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนหน้า โดยเป็นผลมาจากจำนวนผู้โดยสารลดลง ขณะเดียวกันบริษัทยังมองแนวโน้มธุรกิจการบินปีนี้ว่าจะต้องเผชิญความท้าทายทั้งจากการแข่งขันด้านราคา สภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาและความกังวลเกี่ยวกับสภาพภูมิศาสตร์การเมือง