เพิ่มเติม: ตำรวจเผยชื่อคนร้ายโจมตีลอนดอนแล้ว

ตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน แถลงว่า คนร้ายที่ก่อเหตุโจมตีกรุงลอนดอนเมื่อวานนี้ (22 มี.ค.) มีชื่อว่า คาลิด มาซูด วัย 52 ปี ที่เกิดในอังกฤษและไม่เคยมีชื่ออยู่ในบัญชีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายมาก่อน

ตำรวจแถลงว่า ไม่เคยได้รับข้อมูลข่าวกรองว่านายคาลิด มาซูด มีแผนจะก่อเหตุร้ายมาก่อน อย่างไรก็ตาม ชายผู้นี้เคยมีคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ครอบครองอาวุธร้ายแรง และความผิดเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยเมื่อปี 2003 เขาถูกตัดสินให้มีความผิดฐานครอบครองอาวุธมีด มีข้อมูลว่า นายคาลิด มาซูด เกิดและอาศัยในเมืองเคนต์ แต่เชื่อว่าเขาเคยอยู่ทางแถบเวสต์มิดแลนด์ส ของอังกฤษด้วย

Image copyright Getty Images

ก่อนหน้านี้กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม หรือ ไอเอส อ้างผ่านสำนักข่าวของทางกลุ่มว่า ผู้ก่อเหตุโจมตีเป็นอดีตนักรบของรัฐอิสลาม แต่ยังไม่มีการยืนยันจากทางการอังกฤษ

ขณะที่นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุคนร้ายก่อเหตุคนเดียวและเกิดในอังกฤษ เชื่อว่าจะไม่มีการโจมตีขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก

นอกจากนี้เธอยังกล่าวว่า เอ็มไอ 5 หน่วยข่าวกรองอังกฤษ เคยตรวจสอบผู้ก่อเหตุมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่เขาไม่ได้ถูกจับตามองจากหน่วยข่าวกรองในปัจจุบัน ส่วนระดับการคุกคามสหราชอาณาจักรถูกกำหนดไว้ในขั้นรุนแรง และจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหลังจากเกิดเหตุโจมตีเมื่อวานนี้

เธอกล่าวต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อวานพยายามที่จะทำให้ประชาธิปไตยของอังกฤษหยุดนิ่ง แต่วันนี้เรายังคงมาประชุมกันตามปกติ เราไม่กลัวและเราจะกลับสู่สภาพปกติอย่างมั่นคง เราประชุมที่นี่ ซึ่งเป็นรัฐสภาที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดารัฐสภาทั้งหมด เพราะเรารู้ว่าประชาธิปไตยและคุณค่าที่ประชาธิปไตยนำพามาจะเป็นฝ่ายชนะ

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ก่อการร้ายเข้ามาในที่ที่ผู้คนจากต่างชาติต่างวัฒนธรรมใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเสรี การโจมตีนี้จึงเป็นการโจมตีเสรีชนทุกหนแห่ง

Image copyright JOEL FORD/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ตำรวจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยบริเวณใกล้เคียงอาคารรัฐสภาในกรุงลอนดอน

ผู้นำประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีก่อการร้ายใกล้กับอาคารรัฐสภาในกรุงลอนดอนเมื่อวานนี้ (22 มี.ค.) ร่วมแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับสหราชอาณาจักร

เมื่อวานนี้ ผู้ก่อเหตุซึ่งลงมือคนเดียว ถูกยิงเสียชีวิต หลังขับรถพุ่งชนคนบนทางเท้าเสียชีวิต 3 ราย และแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตอีก 1 ราย ด้านนอกอาคารรัฐสภาสหราชอาณาจักร

ผู้นำฝรั่งเศส และเยอรมนี ที่เพิ่งผ่านเหตุโจมตีก่อการร้ายมาเมื่อปีที่แล้ว ได้ร่วมให้กำลังใจกับสหราชอาณาจักร ในขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวแสดงความเสียใจ และยกย่องหน่วยงานความมั่นคงของสหราชอาณาจักร

ในจำนวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกผู้ก่อเหตุขับรถชนบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ มีนักเรียนชาวฝรั่งเศส 3 คน และชาวโรเมเนีย 2 คนรวมอยู่ด้วย

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินทำงานต่อเนื่องในที่เกิดเหตุจนกระทั่งถึงช่วงค่ำ เมื่อวานนี้ (22 มี.ค.)

เมื่อวานนี้ หอไอเฟลในกรุงปารีสได้ดับไฟตอนเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่น (06:00 น.เวลาไทย) เพื่อไว้อาลัยให้กับเหยื่อโจมตีก่อการร้ายในกรุงลอนดอน โดยประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลองด์ กล่าวว่า 'การก่อการร้ายเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเราทุกคน และฝรั่งเศสรู้ว่าชาวอังกฤษกำลังรู้สึกเจ็บปวดในวันนี้'

ด้านนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่า เธอรำลึกถึง 'เพื่อนชาวอังกฤษ และผู้ที่อาศัยอยู่ในลอนดอนทุกคน' โดยเยอรมนี เพิ่งผ่านเหตุการณ์โจมตีด้วยรถบรรทุกพุ่งชนคนในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย มาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

'ขอพูดแทนเยอรมนีและประชาชนชาวเยอรมันว่า เราจะยืนอยู่เคียงข้างสหราชอาณาจักรอย่างมั่นคงและแน่วแน่ ในการต่อสู้กับการก่อการร้ายทุกรูปแบบ'

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้คุยโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ เพื่อแสดงความเสียใจ และกล่าวยกย่องประสิทธิภาพของหน่วยงานความมั่นคงสหราชอาณาจักร ในการรับมือกับสถานการณ์

Image copyright AP
คำบรรยายภาพ ชาวกรุงบรัสเซลส์ ทำมือเป็นรูปหัวใจ เพื่อรำลึกถึงเหยื่อจากการโจมตีเมื่อปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ อ้างคำพูดของนายทรัมป์ ที่ให้สัญญาว่า รัฐบาลสหรัฐฯ 'จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนอย่างเต็มที่' เพื่อนำผู้ที่มีส่วนก่อเหตุ มาลงโทษตามกฎหมาย

นายฌอง-โคลด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า เขารำลึกถึงชาวกรุงลอนดอน และพูดเชื่อมโยงไปถึงวันครบ 1 ปีเหตุการณ์ก่อการร้ายที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมด้วย

นายยุงเกอร์ ระบุในแถลงการณ์ว่า 'วันนี้ครบรอบ 1 ปี นับตั้งแต่ชาวกรุงบรัสเซลส์ และประเทศเบลเยียม ต้องเจ็บปวดคล้ายกัน และรู้สึกได้ถึงแรงสนับสนุนจากความเห็นใจและความเป็นหนึ่งเดียวของคุณ'

'ในช่วงเวลานี้ เราทุกคนที่คณะกรรมาธิการยุโรป ขอส่งความเห็นใจกลับไปให้เป็น 2 เท่า'

Image copyright Spencer Platt/Getty Images
คำบรรยายภาพ สหรัฐฯ ระดมกำลังตำรวจประจำการตามสถานที่สำคัญในนครนิวยอร์กหลังเกิดเหตุก่อการร้ายที่กรุงลอนดอน

ปฏิกิริยาอื่น ๆ :

• นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด แห่งแคนาดา ระบุในแถลงการณ์ว่า นี่เป็นการโจมตี 'ประชาธิบไตยทั่วโลก' และชาวแคนาดาจะยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกับสหราชอาณาจักรเพื่อต่อสู้กับการก่อการร้าย

• นายกรัฐมนตรีมัลคอม เทิร์นบูล ของออสเตรเลีย กล่าวว่า 'นี่เป็นการโจมตีรัฐสภา เสรีภาพ และประชาธิปไตยทุกแห่งหน' รวมถึงเสนอว่าจะสนับสนุน และร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับรัฐบาลสหราชอาณาจกัร

• นายกรัฐมนตรีมาร์ก รัตเต แห่งเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า 'เห็นภาพที่น่ากลัวจากลอนดอน ใจกลางเมืองถูกโจมตี เราขอรำลึกถึงชาวอังกฤษทุกคน'

• มาเรีย ซัคฮาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ออกมาแถลงแสดงความเห็นใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และแสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิต รวมถึงกล่าวว่า 'เราจะไม่แบ่งแยกการก่อการร้ายออกเป็นประเภท เพราะเรามองว่านี่คือการกระทำที่ชั่วร้าย ขณะนี้ ขอส่งใจไปร่วมกับชาวอังกฤษ อย่างเช่นที่เคยทำมาโดยตลอด'

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม