ยูเอ็นชี้ ชาวเกาหลีเหนือ 2 ใน 5 กำลังขาดสารอาหาร

เกาหลีเหนือ, ขาดแคลนอาหาร, สหประชาชาติ, ยูเอ็น, ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม, คว่ำบาตร, สุขอนามัย, คิม จอง อึน, ผู้นำสูงสุด, นิวเคลียร์ Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ อาหารส่วนใหญ่ของชาวเกาหลีเหนือ ผลิตในไร่สหกรณ์ของรัฐ

สหประชาชาติระบุว่าชาวเกาหลีเหนือ 2 ใน 5 คน กำลังอยู่ในภาวะขาดสารอาหาร และมีกว่าร้อยละ 70 ของประชากรที่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือด้านอาหาร

รายงานฉบับใหม่ของสหประชาชาติระบุว่า ชาวเกาหลีเหนือส่วนใหญ่ยังคงเข้าไม่ถึงบริการด้านสุขภาพและไม่มีสุขอานามัยขั้นพื้นฐาน โดยโรคท้องร่วงและโรคปอดบวม เป็นสองสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

ภาวะขาดแคลนด้านมนุษยธรรมนี้ กลายเป็นปัญหาหนักขึ้นเพราะเกิดภัยธรรมชาติซ้ำหลายครั้ง เช่น น้ำท่วมและภัยแล้ง

รายงานระบุว่า "ท่ามกลางความตึงเครียดด้านการเมือง มีประชากรประมาณ 18 ล้านคนทั่วประเทศเกาหลีเหนือ ที่ยังต้องทุกข์ทรมานจากความไม่มั่นคงทางอาหารและการขาดสารอาหาร รวมถึงการขาดแคลนบริการขึ้นพื้นฐาน"

"นอกจากนี้ ชาวเกาหลีเหนือ 10.5 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 41 ของประชากรทั้งหมด กำลังขาดสารอาหาร"

เกาหลีเหนือมีประชากรประมาณ 25 ล้านคน เป็นประเทศที่ถูกโดดเดี่ยว จึงต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนอาหารมาหลายปี ซึ่งในช่วงทศวรรษปี 1990 เชื่อว่ามีคนนับแสน ที่เสียชีวิตระหว่างเกิดภาวะความหิวโหยเป็นวงกว้าง

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ การขาดแคลนอาหารติดต่อกันหลายปีในช่วงทศวรรษปี 1990 ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายแสนคน

รายงานของยูเอ็น ระบุว่า นับตั้งแต่นั้นมา สถานการณ์ก็ดีขึ้น "ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม"

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีชาวเกาหลีเหนืออีกถึง 2 ใน 3 ที่ต้องพึ่งพาอาหารที่รัฐแจกจ่ายให้ ซึ่งในรายงานของยูเอ็น ชี้ว่า เมื่อปีที่แล้วมีหลายเดือนที่อาหารจำพวกธัญพืชและมันฝรั่งถูกจำกัดจำนวนให้ลดลงจาก 380 กรัมเป็น 300 กรัม ต่อคนต่อวัน

"การเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตลอดปี เป็นเรื่องปกติ" และ "การแจกจ่ายอาหารของรัฐ ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ต่ำกว่าเป้าของรัฐบาลที่ค่าเฉลี่ย 573กรัมต่อคนต่อวัน"

เกาหลีเหนือ กำลังเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรจากมติสหประชาชาติ ต่อกรณีการทดลองนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ซึ่งรายงานระบุว่า การคว่ำบาตรจากนานาชาติ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความพยายามด้านมนุษยธรรม โดยทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ส่งเงินทุนและเครื่องมือเข้าไปได้ยาก

นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่า "นับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา จำนวนเงินบริจาคได้ลดลงมาก" ทำให้ "องค์กรด้านมนุษยธรรมจำเป็นต้องความช่วยเหลือลง ซึ่งเป็นผลให้ผู้ที่ด้อยโอกาสที่สุดไม่ได้รับความช่วยเหลือไปด้วย"

"เราจำเป็นต้องได้รับเงินทุนที่แน่นอนอย่างเร่งด่วน เพื่อให้แน่ใจว่าความต้องการเฉพาะหน้าของผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงที่สุดจะได้รับการดูแล"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง