คิม จอง อึน เป็นคนมีเหตุมีผลแค่ไหน?

นายคิม จอง อึน Image copyright Getty Images

ไม่ว่าใครจะมองนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือว่า โหดเหี้ยม ไร้เหตุผล ทำให้ประชาชนต้องมีคุณภาพชีวิตต่ำกว่ามาตรฐานของประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีใต้และจีน หรือมีปัญหาส่วนตัวอย่างกินมากเกินขนาด และสูบบุหรี่จัด แต่นักวิชาการที่ศึกษาเรื่องของนายคิม จอง อึน กลับมองว่า สิ่งที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้ สมเหตุสมผลแล้ว แม้การกระทำที่ผ่านมาจะรวมถึงการทำร้ายและกำจัดคนรอบข้างก็ตาม

ศ.อังเดร แลนคอฟ แห่งมหาวิทยาลัยกุ๊กมิน ในกรุงโซล กล่าวกับบีบีซีว่า 'เขาเป็นคนมีเหตุผลโดยสมบูรณ์ เพียงแต่บางครั้งอาจจะใช้กำลังมากเกินกว่าความจำเป็น'

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ คิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จอง อึน ถูกสังหารขณะอยู่ในมาเลเซียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2017

'คนส่วนมากที่เขาฆ่า ไม่น่าจะมีส่วนในการสมรู้ร่วมคิดใดเลย แต่เขารู้สึกว่าควรจะจัดการให้มากเข้าไว้ จะเป็นประโยชน์กว่า การต้องฆ่านายพลที่ซื่อสัตย์ 9 คน เพื่อให้ได้ฆ่าคนที่มีแนวโน้มจะสมคบคิด 1 คนด้วย ยังดีกว่าปล่อยให้ผู้สมคบคิดมีชีวิตอยู่'

ศ.แลนคอฟ มองว่าการลอบสังหารนายคิม จอง นัม ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของสายลับเกาหลีเหนือ มีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นสมัยอาณาจักรออตโตมันที่พระสนมของสุลต่านมีบุตรหลายคน และผู้ที่มีสายเลือดต่างก็มีสิทธิ์ได้ครองบัลลังก์ทั้งสิ้น โดยคิม จอง นัม นั้นแม้จะไม่ถือเป็นภัยร้ายแรง แต่ก็ไม่อาจวางใจได้ 'เป็นไปได้ว่าเขาอาจไม่เป็นภัยมากมายขนาดนั้น แต่ก็ไม่ใครรู้ได้ เพราะเขาก็อยู่ภายใต้อำนาจของจีน'

ด้าน ศ.จอห์น เดลูรี จากมหาวิทยาลัยยอนเซ ในกรุงโซล กล่าวว่า ความทะเยอทะยานของนายคิม จอง อึน ที่ต้องการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล เพราะ 'เขาไม่มีพันธมิตรที่ไว้ใจได้ เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัย นอกจากนี้เขายังต้องเผชิญกับมหาอำนาจที่ไม่เป็นมิตร ซึ่งที่ผ่านมาเคยรุกรานรัฐเอกราชและโค่นรัฐบาลมาแล้วหลายครั้ง'

'บทเรียนที่เกาหลีเหนือได้รับจากการรุกรานอิรัก ก็คือ หากซัดดัม ฮุสเซน มีอาวุธทำลายล้างสูงจริง เขาก็อาจจะมีชีวิตรอด'

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ความทะเยอทะยานของนายคิม จอง อึน ที่จะมีอาวุธนิวเคลียร์ จะช่วยเป็นหลักประกันให้กับอนาคตของระบอบการปกครองของเขาได้หรือไม่?

นอกจากนี้ ศ.แลนคอฟ มองว่า ลิเบียเป็นอีกบทเรียนสำคัญ 'สัญญาเรื่องความมั่งคั่งแบบอเมริกัน ช่วยกัดดาฟี กับครอบครัวหรือไม่? นายคิม จอง อึน รู้ดีว่า คนโง่เท่านั้นที่จะเชื่อสัญญาของชาติตะวันตกและล้มเลิกการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเขาจะไม่ยอมพลาดเช่นนั้น เมื่อใดที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ เกาหลีเหนือก็จะไม่มีเครื่องป้องกันโดยสิ้นเชิง'

'สัญญาของรัสเซีย หรืออเมริกันและสหราชอาณาจักร ที่จะช่วยรับประกันบูรณภาพของยูเครน ช่วยอะไรได้ไหม? คำตอบคือไม่ แล้วเหตุใดเขาจะต้องคาดหวังว่าสัญญาจากอเมริกา รัสเซีย หรือจีน จะช่วยให้เขาอยู่รอด? เขาได้คิดอย่างสมเหตุสมผลแล้ว'

Image copyright Reuters

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันว่าความต้องการที่แท้จริงของนายคิม จอง อึน คืออะไรกันแน่ โดย ศ.ไบรอัน ไมเออร์ส แห่งมหาวิทยาลัยดงซโย ในเมืองปูซาน ของเกาหลีใต้เห็นว่านาย คิม จอง อึน ต้องการความมั่นคงและการรวมชาติเกาหลี ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่ระบอบการปกครองของเขาจะอยู่รอดได้ในระยะยาว

'อย่างที่ชาวเกาหลีเหนือทุกคนรู้ดีว่าจุดประสงค์ของนโยบายที่เน้นการทหารนำ ก็เพื่อให้ได้ชัยชนะในที่สุด หรือการรวมชาติบนคาบสมุทรเกาหลีเอาไว้ภายใต้การปกครองของเกาหลีเหนือ'

ศ.ไมเออร์ส มองว่า การมีศักยภาพด้านนิวเคลียร์ที่เชื่อถือได้ อาจช่วยเกาหลีเหนือกดดันให้สหรัฐฯ ถอนทหารออกไปจากคาบสมุทรได้ 'เกาหลีเหนือต้องการขีดความสามารถในการโจมตีสหรัฐฯ ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อกดดันให้ศัตรูทั้งสอง ลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพ โดยนี่เป็นข้อต่อรองหลักที่เขาต้องการ' และเมื่อทหารสหรัฐฯ ถอนตัวออกไปแล้ว ก็จะไม่มีใครสามารถหยุดยั้งระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือได้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า กลยุทธ์ของเกาหลีเหนือ มีเป้าหมายเพื่อให้สหรัฐฯ ถอนทหารออกจากเกาหลีใต้

ด้าน ศ.แลนคอฟ เชื่อว่าความอยู่รอดเป็นแรงจูงใจที่สำคัญที่สุดของนายคิม จอง อึน 'สิ่งสำคัญเหนือทุกอย่างคือ เขาต้องการเอาชีวิตรอด และอีกประการคือ ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและความเจริญ ซึ่งยังถือว่าห่างไกล'

ศ.แลนคอฟ มองทางออกในเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือว่าทางที่ดีที่สุดคือต้องโน้มน้าวให้เกาหลีเหนือระงับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ไว้ที่ระดับหนึ่ง 'แต่ก็จะเป็นเรื่องยากมาก และเกาหลีเหนืออาจไม่รักษาสัญญา' และหลังจากนั้นประเทศตะวันตกจะต้องจ่ายเงิน 'ซึ่งก็จะเป็นข้อตกลงที่แย่สำหรับอเมริกา เพราะจะหมายถึงการจ่ายเงินให้กับนักขู่กรรโชก และถ้าจ่ายครั้งหนึ่งแล้ว ก็จะต้องมีครั้งต่อไปอีก'

'ทางเลือกที่สองซึ่งอาจใช้ได้ผล คือปฏิบัติการทางทหาร แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะก่อให้เกิดสงครามเกาหลีครั้งที่ 2 และจะทำลายความน่าเชื่อถือของอเมริกา ในฐานะผู้ปกป้องและพันธมิตรที่พึ่งพิงได้'

'คนจำนวนมากทั่วโลก อาจมองว่ามีศัตรูเสียเอง ยังดีกว่ามีมิตรที่พึ่งไม่ได้'

ข่าวที่เกี่ยวข้อง