ทรัมป์ถอนร่าง กม. ประกันสุขภาพ หลังขาดเสียงหนุนจากรีพับลิกัน

ประธานาธิบดีทรัมป์เชื่อว่า พรรคเดโมแครตจะให้ความร่วมมือในการผ่านร่างกฎหมายประกันสุขภาพฉบับใหม่เมื่อมีความพร้อม Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีทรัมป์เชื่อว่า พรรคเดโมแครตจะให้ความร่วมมือในการผ่านร่างกฎหมายประกันสุขภาพฉบับใหม่เมื่อมีความพร้อม

ทรัมป์พ่ายแพ้ทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังต้องถอนร่างกฎหมายประกันสุขภาพของตน เพราะขาดเสียงสนับสนุนภายในพรรครีพับลิกันเอง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ตัดสินใจถอนร่างกฎหมายประกันสุขภาพออกจากการเตรียมให้สภาคองเกรสลงมติผ่านเป็นกฎหมาย หลังพบว่าอาจมีเสียงสนับสนุนภายในพรรครีพับลิกันเองไม่เพียงพอ

นายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ แถลงว่า ตัวเขาและประธานาธิบดีทรัมป์เห็นพ้องที่จะถอนร่างกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรครีพับลิกันซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของสภาคองเกรสไม่ถึง 215 เสียง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการผ่านร่างกฎหมาย

เหตุดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของนายทรัมป์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้นำสหรัฐฯได้ยื่นคำขาดให้สภาคองเกรสลงมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างเร่งด่วนภายในเวลา 15.30 น. ของวันศุกร์ที่ 24 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) และขู่สมาชิกพรรครีพับลิกันว่าหากไม่ออกเสียงสนับสนุนร่างกฎหมายนี้ พวกเขาจะต้องอยู่กับระบบประกันสุขภาพโอบามาแคร์ตลอดไป

คาดว่ามีสมาชิกพรรครีพับลิกันราว 28-35 คน ที่คัดค้านร่างกฎหมายประกันสุขภาพชาวอเมริกันของนายทรัมป์ เนื่องจากเห็นว่าเนื้อหาของร่างกฎหมายได้ตัดลดขอบเขตการประกันสุขภาพลงหลายรายการเกินไป และบางคนมองว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการประกันสุขภาพในร่างกฎหมายนี้มากเพียงพอ ผลการสำรวจล่าสุดยังพบว่า มีชาวอเมริกันเพียงร้อยละ 17 ที่สนับสนุนร่างกฎหมายนี้

ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า การที่นายทรัมป์ไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายสำคัญร่างแรกของตนให้ผ่านสภาได้ ทั้งที่อยู่ในช่วงที่ตนมีอำนาจสูงสุดและพรรครีพับลิกันน่าจะมีความเป็นเอกภาพมากที่สุด ถือว่าเป็นหายนะทางการเมืองเพราะแสดงว่านายทรัมป์ไม่สามารถผ่านบททดสอบสำคัญด่านแรก ๆ ในเส้นทางการเมืองไปได้

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวหลังถอนร่างกฎหมายประกันสุขภาพของตน โดยกล่าวโทษพรรคเดโมแครตว่าไม่ให้ความร่วมมือในการผ่านร่างกฎหมาย รวมทั้งทำนายว่าระบบประกันสุขภาพแบบโอบามาแคร์จะต้อง "ระเบิด" พังพินาศในเร็ววันแน่นอน ซึ่งเขาคงจะต้องปล่อยให้ระบบนี้ดำเนินต่อไปอีกสักระยะ และหากพรรคเดโมแครตมีความเป็นอารยะพอ สามารถมาจับมือกับพรรครีพับลิกันเพื่อผ่านร่างกฎหมายประกันสุขภาพที่ดีเยี่ยมได้ในอนาคต