ผู้นำยุโรปฉลอง 60 ปี สนธิสัญญากรุงโรม

โป๊ปและผู้นำอียู Image copyright AFP / GETTY IMAGES

ผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) 27 ชาติ ยกเว้นนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ร่วมฉลองวาระครบรอบ 60 ปี สนธิสัญญากรุงโรม ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งอียู ด้านผู้นำอังกฤษเตรียมนำมาตรา 50 สนธิสัญญาลิสบอนมาใช้เพื่อแยกตัวจากอียู

ในการประชุมสุดยอดผู้นำอียูที่กรุงโรมของอิตาลีครั้งนี้ จะมีการลงนามในปฏิญญากรุงโรมฉบับใหม่ เพื่อตอกย้ำพันธกิจของสนธิสัญญากรุงโรมที่ได้มีการลงนามเมื่อปี 2500 ซึ่งปูทางไปสู่การจัดตั้งอียูในเวลาต่อมา

นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ผู้นำอังฤษไม่ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ และคาดว่าจะมีการประกาศใช้มาตรา 50 ในสนธิสัญญาลิสบอนในวันพุธที่ 29 มี.ค.นี้ เพื่อเริ่มกระบวนการถอนตัวออกจากอียู (เบร็กซิท) อย่างเป็นทางการ

คาดว่าในการประชุมวันนี้ (25 มี.ค.) จะมีทั้งผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้านอียูเดินขบวนในกรุงโรม อย่างไรก็ตามทางการอิตาลีเตรียมรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด หลังเกิดเหตุโจมตีในกรุงลอนดอนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (22 มี.ค.)

Image copyright Reuters

ก่อนหน้าการประชุมสุดยอดในวันนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงให้การต้อนรับบรรดาผู้นำอียูในนครรัฐวาติกัน และตรัสในสุนทรพจน์ว่าหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ เสี่ยงที่จะต้องปิดตัวลง หากขาดวิสัยทัศน์ และทรงเรียกร้องอียูให้มองอนาคตด้วยสายตาที่ยาวไกลและเปี่ยมด้วยพลังที่เข้มข้น ทั้งทรงเตือนถึง "ความมั่นคงปลอดภัยจอมปลอม" ที่บรรดาผู้นำชาตินิยมให้คำมั่นสัญญา โดยทรงขอให้ทุกฝ่ายเร่งสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันให้มากขึ้น

สหรัฐฯ เป็นประเทศหนึ่งที่ได้ส่งข้อความแสดงความยินดีกับบรรดาผู้นำอียู เนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า "เรามองไปข้างหน้าอีก 60 ปี ที่จะร่วมมือกันสร้างความมั่นคงและมั่งคั่ง" อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มักวิพากษ์วิจารณ์อียูเป็นประจำ เขาเคยกล่าวว่าเบร็กซิทเป็น "เรื่องดี" และคาดว่าจะมีอีกหลายประเทศตามรอยเบร็กซิท

ทั้งนี้ สนธิสัญญากรุงโรมเป็นการลงนามก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจยุโรประหว่าง 6 ชาติ คือ เบลเยียม ฝรั่งเศส อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนีตะวันตก

Image copyright AFP / GETTY IMAGES

เดเมียน แกรมมาติกัส ผู้สื่อข่าวยุโรปของบีบีซีรายงานว่าปฏิญญากรุงโรมฉบับใหม่ ที่บรรดาผู้นำอียู 27 ชาติจะลงนาม เป็นการตอกย้ำว่าพวกเขาจะเดินหน้าผลักดันให้อียูมีความเป็นปึกแผ่นยิ่งขึ้น แต่มีประเด็นท้าทายหลายเรื่องที่อียูกำลังเผชิญอยู่ เบร็กซิทเป็นผลกระทบครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งอียูมา

นอกจากนี้ หลังจากที่อียูเผชิญกับวิกฤตทั้งภายในและภายนอกมาร่วมสิบปี ขณะนี้บรรดาผู้นำอียูกำลังหาทางเพื่อให้กลุ่มมีพลังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าพวกเขายังคงหาข้อสรุปที่เป็นแนวทางเดียวกันไม่ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง