สหรัฐฯนำ 38 ชาติงดเข้าประชุมห้ามถือครองนิวเคลียร์ของยูเอ็น

นางนิกกี เฮลีย์ ทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติระบุว่า ผู้แทนของ 38 ชาติจะไม่เข้าร่วมการประชุมเจรจาร่างสนธิสัญญาห้ามถือครองอาวุธนิวเคลียร์ครั้งนี้ Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นางนิกกี เฮลีย์ ทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติระบุว่า ผู้แทนของ 38 ชาติจะไม่เข้าร่วมการประชุมเจรจาร่างสนธิสัญญาห้ามถือครองอาวุธนิวเคลียร์ครั้งนี้

สหรัฐฯและชาติที่คัดค้านร่างสนธิสัญญาห้ามถือครองอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลกของสหประชาชาติ พร้อมใจกันไม่เข้าประชุมเรื่องดังกล่าว ชี้ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

นางนิกกี เฮลีย์ ทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงร่วมกับผู้แทน 38 ประเทศ ซึ่งพร้อมใจกันไม่เข้าร่วมการประชุมเจรจาร่างสนธิสัญญาห้ามถือครองอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก ซึ่งมีขึ้นที่สหประชาชาติวานนี้ (27 มี.ค.) ว่าร่างสนธิสัญญาดังกล่าวไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพราะยังมีชาติที่เป็นอันธพาลซึ่งไม่อาจจะไว้วางใจได้อยู่

ก่อนหน้านี้มีชาติสมาชิกยูเอ็น 123 ประเทศที่ให้การสนับสนุนร่างสนธิสัญญาดังกล่าว แต่สหรัฐฯ รวมทั้งชาติอื่น ๆ อย่างฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิสราเอล และญี่ปุ่น ต่างแสดงการคัดค้าน ส่วนชาติมหาอำนาจในเอเชียที่ถือครองอาวุธนิวเคลียร์เช่น จีน อินเดีย และปากีสถาน ได้งดออกเสียงในการลงมติรับรองร่างสนธิสัญญานี้

Image copyright AP
คำบรรยายภาพ ปากีสถานนำขีปนาวุธออกแสดงในงานวันชาติที่กรุงอิสลามาบัดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติระบุว่า ไม่มีสิ่งใดที่เธอจะต้องการเพื่อครอบครัวของตนมากไปกว่าโลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ แต่ต้องคำนึงถึงความเป็นจริงด้วยว่า อาวุธนิวเคลียร์นั้นจำเป็นต่อการรักษาความมั่นคงของชาติ เพราะยังมีประเทศที่กระทำการเลวร้ายและไว้ใจไม่ได้อยู่ เธอยังตั้งข้อสงสัยว่า มีใครบ้างที่จะเชื่อว่าเกาหลีเหนือจะยอมเห็นพ้องกับสนธิสัญญาห้ามถือครองอาวุธนิวเคลียร์นี้

"ในเวลาเช่นนี้ เราไม่อาจกล่าวได้อย่างเต็มปากว่าจะสามารถปกป้องประชาชนได้ หากปล่อยให้ชาติที่ไม่ดีถือครองอาวุธนิวเคลียร์ ส่วนชาติที่ประพฤติตัวดี พยายามรักษาสันติภาพและความปลอดภัยอย่างพวกเรา กลับไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง" นางเฮลีย์กล่าว

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯและสหราชอาณาจักรยังคงยึดถือข้อตกลงตามสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมา โดยข้อตกลงนี้ห้ามการสะสมอาวุธและเทคโนโลยีด้านนิวเคลียร์เพิ่มเติม

ด้านนายโนบุชิเกะ ทาคามิซาวะ ทูตผู้ดูแลเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นกล่าวเตือนว่า การที่สหประชาชาติพยายามผลักดันสนธิสัญญาห้ามการถือครองอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลกไปโดยที่ชาติผู้ถือครองนิวเคลียร์ไม่เข้าร่วมนั้น รังแต่จะทำให้เกิดความบาดหมางและแตกแยกในหมู่ประชาคมนานาชาติมากขึ้น