ผู้นำอังกฤษลงนามแจ้งเริ่มกระบวนการเบร็กซิทต่ออียูแล้ว

เบร็กซิท,Brexit,เทเรซา เมย์,สหราชอาณาจักร,สหภาพยุโรป Image copyright PA
คำบรรยายภาพ นางเทเรซา เมย์ ลงนามในหนังสือแจ้งยืนยันการออกจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ

นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร ลงนามในหนังสือแจ้งความประสงค์ออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) อย่างเป็นทางการแล้ว โดยหนังสือนี้จะส่งไปยังนายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานสภายุโรป ในเวลา 12.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นของอังกฤษในวันนี้ (29 มี.ค.)

หลังการส่งหนังสือแจ้งเพื่อเริ่มกระบวนการออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) ตามมาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอนดังกล่าว ผู้นำสหราชอาณาจักรมีกำหนดจะแถลงต่อรัฐสภาเพื่อยืนยันว่ากระบวนการเจรจาเพื่อออกจากอียูได้เริ่มขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ โดยร่างคำแถลงของนางเมย์ที่จะกล่าวต่อรัฐสภาระบุว่า เธอจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนทุกฝ่ายในการเจรจาครั้งนี้ รวมทั้งพลเมืองอียูที่อาศัยใน สหราชอาณาจักรด้วย เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ทุกคนยอมรับได้

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ กลุ่มผู้สนับสนุนเบร็กซิทเรียกร้องให้ดำเนินการตามมาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน ตั้งแต่ทราบผลประชามติ

ร่างคำแถลงของนางเมย์ยังเรียกร้องให้พลเมืองสหราชอาณาจักรร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว เพื่อยุติความขัดแย้งแตกแยกที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องหลังการลงประชามติเรื่องเบร็กซิทเมื่อปีที่แล้ว

ทั้งนี้ การเจรจาเพื่อออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ตามมาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอนนั้น จะใช้เวลาราว 2 ปี ซึ่งหากไม่มีการขยายเวลาเจรจาออกไป สหราชอาณาจักรจะออกจากอียูอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มีนาคม 2562

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ นายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้คนในชาติปรองดองกัน หลังเกิดความแตกแยกจากการลงประชามติเรื่องเบร็กซิท

คาดว่าการเจรจาเบร็กซิทกับสหภาพยุโรปจะเริ่มขึ้นในกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งฝ่ายสหราชอาณาจักรต้องการเจรจาเรื่องการแยกตัวพร้อมไปกับเรื่องการค้า แต่ทางอียูเห็นว่าควรแยกการเจรจาในสองเรื่องนี้ออกจากกัน ส่วนประเด็นในการเจรจาอื่น ๆ นอกจากนี้ ได้แก่เรื่องการจัดการความมั่นคงปลอดภัยข้ามพรมแดน เรื่องการออกหมายจับที่มีผลทั่วทั้งภูมิภาคยุโรป การเคลื่อนย้ายสำนักงานองค์กรต่าง ๆ ของสหภาพยุโรปที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร รวมทั้งการจ่ายเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของเจ้าหน้าที่พลเรือนอียู ซึ่งสหราชอาณาจักรอาจต้องจ่ายก่อนออกจาก อียูเป็นเงินถึง 50,000 ล้านปอนด์