สหรัฐฯ เพิกถอน ก.ม.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ต

คนใช้อินเทอร์เน็ต Image copyright Getty Images

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติให้เพิกถอนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ตที่คลอดสมัยรัฐบาลชุดก่อน ส่งผลให้ในอนาคตบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสามารถแบ่งปันข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตของลูกค้าให้แก่บุคคลที่สามได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานอีกต่อไป เป็นความเคลื่อนไหวที่สร้างความไม่พอใจให้แก่ฝ่ายที่เป็นห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์

การลงมติของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค. และคาดว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามในคำสั่งยกเลิกกฎหมายดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้

กฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเดิมทีกฎหมายฉบับนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปีนี้ โดยจะกำหนดให้บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าเสียก่อนจึงจะสามารถแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ ให้แก่บุคคลที่สาม เช่น ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่แม่นยำ ข้อมูลด้านการเงิน สุขภาพ หมายเลขประกันสังคม และข้อมูลของเยาวชน รวมทั้งประวัติการเข้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ตลอดจนประวัติการสื่อสารต่าง ๆ นอกจากนี้บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยังต้องให้ลูกค้ามีสิทธิ์เลือกที่จะไม่แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่มีความละเอียดอ่อนน้อยกว่าได้ เช่น อีเมลแอดเดรส เป็นต้น

Image copyright PA

การเพิกถอนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ตครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น เวอไรซอน เอทีแอนด์ที และคอมแคสต์ ซึ่งอ้างว่าบริษัทเหล่านี้ถูกกฎหมายฉบับดังกล่าวควบคุมอย่างเข้มงวดมากเมื่อเที่ยบกับบริษัท เช่น กูเกิล หรือเฟซบุ๊ก และมองว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทต่าง ๆ ในแวดวงนี้

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยต่างแสดงความไม่พอใจ โดยชี้ว่าการเพิกถอนกฎหมายฉบับนี้จะก่อให้เกิด "ผลกระทบที่น่ากลัว" ต่อประเด็นความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์ของประชาชน