อียู เผยแนวทางเจรจาเบร็กซิท

ธงสหราชอาณาจักรและธงอียู Image copyright Getty Images

สหภาพยุโรป (อียู) เผยแนวทางเจรจาเบร็กซิทแล้ว โดยเสนอให้เริ่มหารือเรื่องการค้าเสรีได้ ต่อเมื่อ 'มีความคืบหน้าที่เพียงพอ' เกี่ยวกับข้อตกลงแยกตัวของสหราชอาณาจักร

ร่างแนวทางการเจรจา ของนายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป เรียกร้องให้ใช้วีธีที่แบ่งออก 'เป็นขั้นตอน' โดยข้อเสนอจะถูกส่งให้รัฐบาลของ 27 ชาติสมาชิกอียูรับรองต่อไป เพื่อใช้เป็นตัวกำหนดลักษณะการเจรจากับสหราชอาณาจักรในช่วง 2 ปีข้างหน้า

เอกสารฉบับนี้ระบุเป้าหมายหลักของการต่อรองว่า จะต้อง 'รักษาผลประโยชน์ของชาติภาคี รวมถึงพลเมืองและภาคธุรกิจของสมาชิกอียู'

แนวทางการเจรจาฉบับนี้ เสนอให้นำข้อตกลงในการแยกตัวมาหารือ ก่อนที่จะเริ่มเจรจาความร่วมมือด้านการค้าสำหรับอนาคตหลังจากแยกตัวแล้ว แต่ทางรัฐบาลสหราชอาณาจักร กลับต้องการเจรจาใน 2 ประเด็นนี้ควบคู่กันไป

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ได้เริ่มกระบวนการถอนตัวจากอียูอย่างเป็นทางการ โดยได้ส่งจดหมายตามมาตรตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน แสดงความจำนงที่จะถอนตัวจากอียูไปยังนายทัสค์

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
เบร็กซิทเริ่มขึ้นแล้ว

นายทัสค์ กล่าวระหว่างแถลงข่าวที่ประเทศมอลต้า ในวันนี้ (31 มี.ค.) ว่า การเจรจาจะ 'ยากลำบาก ซับซ้อน และบางครั้งอาจต้องมีการเผชิญหน้า' ซึ่งเขาหวังว่าทุกฝ่ายจะรับมือในแง่บวก โดย 'ทั้ง 27 ชาติสมาชิกอียู จะไม่ใช้แนวทางลงโทษสหราชอาณาจักร เพราะเบร็กซิทก็เปรียบเสมือนการลงโทษมากพอแล้ว'

อย่างไรก็ตาม จดหมายแสดงความจำนงที่จะถอนตัวจากอียู ของนางเมย์ ถูกนักการเมืองบางส่วนมองว่า เป็นคำขู่จะเพิกถอนความร่วมมือด้านความมั่นคงกับอียูด้วย แต่นายทัสค์ กล่าวยืนยันว่า 'ไม่มีใครต้องการใช้ประเด็นความมั่นคงมาเป็นเครื่องต่อรอง'

ส่วนภาระผูกพันทางการเงินที่สหราชอาณาจักรมีต่ออียู ซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 6 หมื่นล้านยูโรนั้น นายทัสค์ กล่าวว่า 'จะต้องมีเครื่องรับประกันว่า สหราชอาณาจักร จะรับผิดชอบภาระและข้อผูกมัดทางการเงินในฐานะรัฐสมาชิก'

นายทัสค์ มีกำหนดจะพบหารือกับนางเมย์ ที่กรุงลอนดอน ก่อนหน้าการประชุมสุดยอดผู้นำอียู เกี่ยวกับเบร็กซิท ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ซึ่งนางเมย์จะไม่ได้เข้าร่วมด้วย

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ นายทัสค์ ชี้การเจรจาเบร็กซิทจะ 'ยากลำบาก ซับซ้อน และบางครั้งอาจต้องมีการเผชิญหน้า'

ส่วนในการประชุมที่ประเทศมอลต้า สมาชิกกลุ่มขวากลางของพรรคประชาชนยุโรป (EPP) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในรัฐสภายุโรปกล่าวว่า จะผลักดันให้การเจรจาแยกตัว เน้นไปที่ประเด็น ต่อไปนี้:

  • การคงสิทธิและสถานะของพลเมืองจากกลุ่มประเทศอียูในสหราชอาณาจักร
  • การหลีกเลี่ยงมาตรการเข้มงวด บริเวณชายแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์
  • การรับผิดชอบภาระทางการเงิน ที่สหราชอาณาจักรมีต่ออียู ซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 6 หมื่นล้านยูโร

ด้านนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนีกล่าวต่อที่ประชุมโดยไม่ได้พูดถึงเบร็กซิทโดยตรงว่า อียูต้องรับประกันความมั่งคั่งและความมั่นคงของพลเมือง มิเช่นนั้น ก็จะต้องเสี่ยงถูกพวกเขาปฏิเสธ

Image copyright Getty Images

บทวิเคราะห์ โดย คริส มอร์ริส ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานจากมอลต้า

ร่างแนวทางการเจรจาดังกล่าว จะเป็นตัวกำหนดลักษณะโดยรวมของการเจรจาในช่วง 2 ปีข้างหน้านี้

สิ่งที่น่าจะตกลงกันยาก คือข้อกำหนดเรื่องการเปลี่ยนผ่าน เนื่องจากจะเกี่ยวโยงไปถึงหัวข้อที่มีความขัดแย้งกันมากในสหราชอาณาจักรเอง เช่น การเดินทางเข้าออกอย่างเสรีของประชาชน และบทบาทของศาลยุติธรรมยุโรป

เอกสารแนวทางฉบับนี้ ระบุหลักการโดยรวมและรายละเอียดบางส่วน เกี่ยวกับเจตนาของอียูในการวางโครงสร้างการเจรจา ซึ่งแบ่งเป็น:

  • ช่วงเวลาหารือหลายเดือนแรก เพื่อบรรลุกรอบข้อตกลงคร่าว ๆ สำหรับการแยกตัว
  • ช่วงต่อมาจะเป็นการเจรจากรอบความร่วมมือทางการค้าสำหรับอนาคต
  • และสุดท้าย ซึ่งอาจเป็นช่วงที่ยากที่สุด คือการหารือเรื่องการเปลี่ยนผ่าน จากการมีสมาชิกภาพเต็มของสหราชอาณาจักร ไปเป็นความสัมพันธ์แบบใหม่ในอนาคต

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (30 มี.ค.) ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลลองด์ ของฝรั่งเศส กล่าวกับนางเมย์ว่า จะต้องมีการยอมรับข้อตกลงแยกตัวก่อน ซึ่งนี่เป็นความเห็นพ้องของผู้นำประเทศในยุโรป และจะไม่ยอมให้สหราชอาณาจักรเลือกเจรจาเป็นบางประเด็นตามใจชอบ