เพิ่มเติม: รัสเซียยืนยันระเบิดในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กดับอย่างน้อย 10 คน

จุดสำคัญต่างๆ

เกิดเหตุระเบิดระหว่างสถานีรถไฟใต้ดิน 2 แห่งในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 คนและบาดเจ็บ 37 คน สถานีรถไฟใต้ดินทั่วทั้งเมืองต้องหยุดให้บริการ ด้านทางการรัสเซียเร่งสอบหาสาเหตุ รวมถึงการก่อการร้าย ขณะที่สถานทูตไทยในกรุงมอสโกระบุยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บ

เกิดอะไรขึ้น

นายอันเดร ปราเจซดอมสกี้ หัวหน้าคณะกรรมการต่อต้านผู้ก่อการร้ายแห่งชาติของรัสเซีย กล่าวว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นระหว่างสถานีรถไฟใต้ดินเซนนายา โปลเชียด และที่สถานีเทกโนโลกิเชสกี อินสติทุต ซึ่งอยู่ใกล้เคียง ในใจกลางนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ภาพที่ถูกโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นตู้รถไฟที่ประตูหลุดออกจากแรงระเบิด และภาพความเสียหายภายใน

รายงานในช่วงแรกระบุว่ามีระเบิดเกิดขึ้น 2 ครั้ง ที่สถานีรถไฟแต่ละแห่ง แต่ต่อมาคณะกรรมการต่อต้านผู้ก่อการร้ายได้ยืนยันว่าเกิดระเบิดเพียงครั้งเดียวระหว่างสถานีทั้งสองแห่ง ด้านซเวตลาน่า เปเตรงโก เจ้าหน้าสอบสวนอาวุโส เปิดเผยต่อสื่อรัสเซียว่า การตัดสินใจของคนขับรถไฟใต้ดินในการขับรถไฟต่อไปยังสถานีข้างหน้าช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้จำนวนมาก เพราะทำให้คนได้รับการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ รถไฟที่ได้รับความเสียหายอย่างมากหยุดอยู่ที่สถานีสถาบันเทคโนโลยี

ขณะที่รายงานจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ทางการมีการเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวัน โดยล่าสุด เวโรนิก้า สกอร์ตโซว่า รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของรัสเซีย ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ 7 คน ส่วนอีก 1 คนเสียชีวิตบนรถพยาบาล และอีก 2 คนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ที่ 37 คน

ปลดชนวนระเบิดที่สถานีรถไฟอีกแห่ง

เมื่อเวลา 21.34น. ตามเวลาในประเทศไทย คณะกรรมการต่อต้านผู้ก่อการร้ายแห่งชาติรัสเซีย แถลงว่า เจ้าหน้าที่ได้ปลดชนวนระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดิน โปลเชียด วอสสตานียา ในย่านใจกลางนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยระบุว่า 'ระเบิดประกอบเอง ถูกพบและปลดชนวนได้อย่างรวดเร็ว' โดยสถานีรถไฟใต้ดินแห่งนี้ อยู่ห่างจากเส้นทางรถไฟใต้ดินสถานีเทกโนโลกิเชสกี อินสติทุต ซึ่งเกิดเหตุระเบิดก่อนหน้านี้เพียง 3 กิโลเมตรเศษ

หัวหน้าคณะกรรมการต่อต้านผู้ก่อการร้ายแห่งชาติของรัสเซีย กล่าวว่า เหตุระเบิดเมื่อเวลา 14.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 18.40 น. ตามเวลาในประเทศไทย เกิดจาก "อุปกรณ์ระเบิดที่ไม่ทราบชนิด" และกำลังรอระบุสาเหตุที่แน่ชัด

นายกฯ รัสเซียระบุเป็น "การโจมตีก่อการร้าย"

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวว่า กำลังมีการตรวจสอบสาเหตุของการระเบิด และยังไม่ตัดประเด็นการก่อการร้าย

นายปูติน กล่าวที่การประชุมกับประธานาธิบดีอเล็กซานเตอร์ ลูกาเชงโก้ ของเบลารุส ว่าได้หารือกับหัวหน้าหน่วยพิเศษของรัสเซียแล้ว และหน่วยงานเหล่านั้นกำลังหาสาเหตุของการระเบิด

ขณะที่นายกรัฐมนตรีดมิทรี เมดเวเดฟ ของรัสเซีย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า เหตุระเบิดเป็น "การโจมตีก่อการร้าย"

"ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทุกคน จากการโจมตีก่อการร้ายในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จะได้รับความช่วยเหลือรักษาพยาบาล โดยได้ออกคำสั่งให้กระทรวงที่รับผิดชอบด้านสาธารณสุขและสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ผมเสียใจกับเพื่อนและญาติของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในเหตุระเบิดครั้งนี้ นี่เป็นความเจ็บปวดของเราทุกคน"

ส่วนนายอาเล็กซานเดอร์ ครูเรนนอย โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดของรัสเซีย ที่กล่าวว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็น 'การก่อการร้าย' ได้ประกาศเปลี่ยนท่าทีจากคำแถลงดังกล่าว และระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปสาเหตุของการระเบิด

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ สถานีรถไฟใต้ดินนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กปิดบริการหลังเกิดเหตุ

สื่อรัสเซียรายงานว่า คาดว่าระเบิดที่ใช้ก่อเหตุเป็นทีเอ็นทีน้ำหนักประมาณ 100 กรัม ผสมเศษโลหะแหลม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

ขณะที่นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่า นายปูตินอยู่ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก แต่ขณะนี้ได้เดินทางออกจากเมืองแล้ว

ด้าน เฟซบุ๊ก ได้เปิดการใช้งานระบบตรวจสอบความปลอดภัย หรือ 'safety check' เช่นเดียวกับครั้งที่เกิดเหตุการณ์โจมตีที่กรุงลอนดอน บรัสเซลส์ ปารีส และนครมิวนิค

ปิดเครือข่ายรถไฟใต้ดินทั่วเมือง

หลังเกิดเหตุเครือข่ายรถไฟใต้ดินทั้งหมดของนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กได้ปิดบริการ และเจ้าหน้าที่รถไฟใต้ดินในกรุงมอสโกระบุว่ากำลังเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย

ระบบรถไฟใต้ดินของนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กมีความพลุกพล่านมากที่สุดในโลกเป็นลำดับที่ 19 โดยมีผู้โดยสารมากกว่า 2 ล้านคนต่อวัน และยังไม่เคยเผชิญกับเหตุโจมตีมาก่อน แต่ศูนย์กลางการขนส่งหลายแห่งในรัสเซียเคยถูกโจมตีมาแล้ว โดยในปี 2010 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 38 คนในเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย 2 ครั้งที่ระบบรถไฟใต้ดินของกรุงมอสโก

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ เฮลิคอปเตอร์ลงจอดบนถนนเพื่อขนย้ายผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาล

ในปี 2009 เกิดเหตุวางระเบิดบนรถไฟความเร็วสูงที่เดินทางระหว่างกรุงมอสโกและนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 27 คน และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 130 คน

กลุ่มอิสลามได้ออกมามาอ้างความรับผิดชอบในเหตุโจมตีทั้ง 2 ครั้งดังกล่าว

ฝีมือใคร

โอลิเวอร์ แคร์รอล บรรณาธิการบริหารของหนังสือพิมพ์มอสโก ไทมส์ กล่าวกับรายการเวิล์ดนิวส์ของบีบีซีว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงของรัสเซีย 'ไม่ค่อยจะยอมประนีประนอม' กับปัญหาในภูมิภาคทางตอนเหนือของเทือกเขาคอเคซัส ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และยัง 'ใช้ปฏิบัติการรบที่เข้มข้น' ในซีเรีย ดังนั้น 'มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นการก่อการร้ายโดยกลุ่มที่นับถือศาสนาอิสลาม' นอกจากนี้ 'ก็อาจมีทฤษฎีสมคบคิด ว่าเป็นรัฐบาลรัสเซียเองที่อยู่เบื้องหลัง' ซึ่งเขาไม่อยากให้น้ำหนักมากนัก แต่เชื่อว่ารัฐบาลรัสเซียจะตอบโต้อย่างไม่ลังเล

แฟรงค์ การด์เนอร์ ผู้สื่อข่าวด้านความมั่นคงของบีบีซี ระบุว่า แม้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่า พนักงานสอบสวนน่าจะเน้นประเด็นไปที่ผู้ต้องสงสัยสองกลุ่ม คือกลุ่มไอเอส ที่โกรธแค้นจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรีย และกลุ่มชาตินิยมเชเชน

ยังไม่มีรายงานคนไทยบาดเจ็บ

สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงมอสโกของรัสเซีย ระบุว่าได้ประสานกับกลุ่มคนไทย และสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าวต่อไป

ทางสถานทูตฯ ยังได้ขอให้คนไทยในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและเมืองใหญ่ต่างๆ อยู่ในที่พัก หลีกเลี่ยงการเดินทางและหลีกเลี่ยงแหล่งชุมชน รวมทั้งติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ติดตามข่าวทางเพจเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/rtemoscow หากมีผู้ใดต้องการความช่วยเหลือโปรดติดต่อได้ที่ +79169392155

ข่าวที่เกี่ยวข้อง