จับตาการหารือระหว่างผู้นำจีน-สหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์, ประธานาธิบดีสหรัฐ, สี จิ้นผิง, จีน Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ โลกจับตาดูภาษากายระหว่างผู้นำทั้งสอง

ผู้นำของ 2 ชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก จะประชุมแบบทวิภาคีกัน ที่รีสอร์ทมาร์-อา-ลาโก ของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยคาดว่าผู้นำสหรัฐฯ จะกดดันจีนให้จัดการกับประเด็นเกาหลีเหนือ ในขณะที่จีนกำลังต้องการคำยืนยันจากสหรัฐฯ ในประเด็นไต้หวัน

สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ ทวีตว่า การประชุมครั้งนี้ 'จะเป็นงานยากมาก'

มีผู้ประท้วงบางส่วนมารวมตัวกันตามถนน เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านนโยบายในทะเลจีนใต้ของจีน

นางเผิง ลี่หยวน ภรรยาของนายสี เข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับที่มาร์-อา-ลาโกรีสอร์ทในช่วงเย็นวันพฤหัสบดี (6 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น พร้อมด้วยนางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ ส่วนการเจรจาแบบทวิภาคีระหว่างผู้นำทั้งสองจะจบลงด้วยการหารือระหว่างรับประทานอาหารมื้อเที่ยงในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ "มาร์-อา-ลาโกรีสอร์ท" รู้จักกันดีในอีกชื่อว่า "ทำเนียบขาวฤดูหนาว" (Winter White House)

อย่างไรก็ตาม คาดว่าผู้นำทั้ง 2 จะไม่ได้ร่วมเล่นกอล์ฟ เนื่องจากส่วนหนึ่งของมาตรการปราบปรามคอร์รัปชั่นของรัฐบาลจีน ยังรวมถึงการห้ามเจ้าหน้าที่ระดับสูงเล่นกอล์ฟด้วย

แคร์รี่ เกรซี่ บรรณาธิการข่าวจีนของบีบีซี กล่าวว่า เกมอำนาจระหว่างผู้นำทั้งสองอาจสังเกตได้ตั้งแต่การจับมือกันครั้งแรก โดยทางการจีน ระมัดระวังกับความเป็นคนคาดเดาได้ยากของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่อาจละเมิดหลักปฏิบัติและทำให้นายสี ขายหน้าได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรับบาลจีนรายหนึ่ง ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า 'ความสำคัญอันดับหนึ่งของจีน คือต้องให้แน่ใจว่าประธานาธิบดีสี จะไม่เสียหน้า'

ส่วนความคาดหวังของกลุ่มชนชั้นแรงงาน ที่สนับสนุนประธานาธิบดีสหรัฐฯ คืออยากเห็นสิ่งที่ทรัมป์ วิจารณ์จีนเอาไว้ในตอนหาเสียงเลือกตั้ง กลายมาเป็นผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมสำหรับแรงงานในภาคการผลิตของสหรัฐฯ

Image copyright Joe Raedle/Getty Images
คำบรรยายภาพ มีผู้ชุมนุมประท้วงใกล้กับสถานที่พบปะกันระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐ

แม้ว่าทรัมป์ จะใช้วาจาวิจารณ์จีนอย่างหนักในตอนหาเสียง แต่จนถึงขณะนี้ เขายังไม่ได้ออกมาประณามจีนว่าเป็น 'ผู้แทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยน' หรือเพิ่มกำแพงภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน อย่างที่เคยขู่เอาไว้ เพียงแต่ทวีตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ ไม่สามารถแบกรับตัวเลขขาดดุลการค้า และการสูญเสียตำแหน่งงานต่อไปได้

หนึ่งในประเด็นเร่งด่วนของสหรัฐฯ ก็คือเกาหลีเหนือซึ่งมีโครงการอาวุธนิวเคลียร์ และเพิ่งจะทดสอบยิงจรวดในทะเลญี่ปุ่นเมื่อวันพุธ (5 เม.ย.) ที่ผ่านมา ในความพยายามพัฒนาขีปนาวุธนำร่องข้ามทวีป ที่ยิงได้ไกลถึงฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ

คาดว่านายทรัมป์ จะเรียกร้องให้นายสี กดดันเกาหลีเหนือให้ระงับโครงการนิวเคลียร์ ด้วยการปฏิเสธไม่ให้เกาหลีเหนือเข้าถึงสถาบันการเงินของจีน

แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชี่ยลไทมส์ ในสัปดาห์นี้ว่า เขาพร้อมจะลงมือเพียงลำพัง 'หากจีนไม่แก้ปัญหาเรื่องเกาหลีเหนือ เราก็จะทำเอง' ซึ่งเจ้าหน้าที่อาวุโสในทำเนียบขาวกล่าวว่า ประเด็นเกาหลีเหนือ จะเป็นบททดสอบสำคัญ ในความสัมพันธ์ของทรัมป์ และสี เพราะ 'เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว เรากำลังพิจารณาทุกทางเลือก'

Image copyright JUNG YEON-JE/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธแต่ประสบความล้มเหลว

แม้ว่ารัฐบาลจีนจะประณามการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ แต่ก็ยังลังเลที่จะโดดเดี่ยวประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเกรงว่าหากระบอบการปกครองล่มสลายอาจเกิดวิกฤตผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ และทำให้ทหารสหรัฐฯ ต้องเข้าไปตั้งฐานปฏิบัติการใกล้กับชายแดนจีน

ในส่วนของจีน นายสี กำลังต้องการคำยืนยันจากนายทรัมป์ เรื่องการที่สหรัฐฯ ขายอาวุธให้กับไต้หวัน ซึ่งจีนมองไต้หวันเป็นดินแดนที่แยกตัวออกไป และต้องกลับมารวมเป็นของจีนอีกครั้ง

เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นายทรัมป์ ได้สร้างความไม่พอใจให้กับจีนอย่างมาก ด้วยการพูดโทรศัพท์กับผู้นำไต้หวัน ทั้งที่ไม่เคยมีผู้นำคนไหนของสหรัฐฯ ทำมาก่อน แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ตกลงที่จะเคารพ 'นโยบายจีนเดียว' ในการคุยโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ด้วย

ส่วนประเด็นอื่นที่อาจมีการพูดถึงด้วยคือ เรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ เคยกล่าวว่าเป็นเรื่องหลอกลวง และการที่จีนสร้างเกาะเทียมในดินแดนที่มีกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้