ชี้ใช้ยาปฏิชีวนะมากทำให้เกิดติ่งเนื้อในลำไส้

ยา Image copyright GARO/PHANIE/SCIENCE PHOTO LIBRARY

ผลวิจัยชี้ใช้ยาปฏิชีวนะติดต่อกันนานเสี่ยงเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ซึ่งบางกรณีอาจกลายเป็นสาเหตุนำไปสู่โรคมะเร็งได้

โครงการศึกษาสุขภาพของนางพยาบาล (Nurses' Health Study) ซึ่งเป็นโครงการวิจัยระยะยาวเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังในผู้หญิงของสหรัฐฯ เผยแพร่ผลการวิจัยที่พบว่า การได้รับยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานานนั้นเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดติ่งเนื้อภายในลำไส้ใหญ่ในช่วงหลังของชีวิต ซึ่งแม้ตามปกติติ่งเนื้อนี้จะไม่เป็นอันตราย แต่ก็มีโอกาสกลายไปเป็นเนื้อร้ายต้นเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

ผลการวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ Gut โดยทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและมหาวิทยาลัยด้านการแพทย์ชั้นนำอีกหลายแห่งของสหรัฐฯ ได้ใช้เวลาติดตามเก็บข้อมูลจากนางพยาบาล 16,600 คนนานหลายสิบปี และพบว่าผู้ที่ได้รับยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานกว่า 2 เดือนติดต่อกัน ขณะที่อยู่ในวัยราว 20-39 ปี จะมีโอกาสเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่มากกว่าเมื่อมีอายุมากขึ้น หากเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับยาในลักษณะดังกล่าว ส่วนผู้ที่ได้รับยาปฏิชีวนะเป็นเวลามากกว่า 2 เดือนติดต่อกัน ขณะที่อยู่ในวัยราว 40-50 ปี ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้นในบั้นปลายชีวิต

ทีมนักวิจัยย้ำว่า ผลการค้นพบนี้ไม่ได้บ่งชี้ว่ายาปฏิชีวนะเป็นตัวการทำให้เกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะติ่งเนื้อที่เกิดขึ้นนั้นโดยปกติแล้วไม่มีอันตราย แต่แพทย์จะแนะนำให้ตัดออก เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ติ่งเนื้ออาจกลายไปเป็นก้อนมะเร็งได้ในบางกรณี

อย่างไรก็ตาม ผลการค้นพบนี้ชี้ว่ายาปฏิชีวนะส่งผลกระทบต่อจำนวนและสภาพความหลากหลายของจุลชีพในลำไส้ใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจทำให้ร่างกายต้านทานเชื้อร้ายชนิดอื่นที่จะเข้ามาได้น้อยลง และเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดเนื้อร้ายได้

ด้านผู้เชี่ยวชาญนอกทีมวิจัยให้ความเห็นว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งจากติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ซึ่งเป็นผลจากการใช้ยาปฏิชีวนะนั้นน้อยมาก และยังมีปัจจัยอื่นในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่สำคัญกว่าเช่นการกินอาหารอยู่ด้วย แต่การใช้ยาปฏิชีวนะในบางครั้งนั้นสำคัญต่อความเป็นความตายของคนไข้ จึงไม่แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่ปรึกษาแพทย์เสียก่อน