กลุ่มจี 7 ร่วมถกหาแนวทางเดียวกัน รับมือกับอัสซาดและรัสเซีย

คนสูดหน้ากากออกซิเจน Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ การโจมตีที่ต้องสงสัยว่าใช้อาวุธเคมีเมื่อวันพุธทำให้มีผู้เสียชีวิต 89 คน

คาดว่าความพยายามเพื่อหาจุดยืนร่วมกันกรณีวิกฤตในซีเรียจะเป็นประเด็นหลักในการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ชาติ (จี 7) ที่เปิดฉากในวันนี้ (10 เม.ย.) ที่อิตาลี

บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มจี 7 จะพยายามหาทางกดดันรัสเซีย เพื่อให้เลิกหนุนประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ของซีเรีย รวมทั้งสอบถามถึงความชัดเจนทางนโยบายของสหรัฐฯ ต่อซีเรีย เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวไปคนละทาง

นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ตำหนิรัสเซียรุนแรงเมื่อวาน (9 เม.ย.) ชี้ว่าเป็นความผิดของรัสเซีย ที่ไม่สามารถควบคุมซีเรียไม่ให้ใช้อาวุธเคมีในการโจมตีในเมืองข่านเชกุนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 89 ราย โดยเขายืนยันว่าสหรัฐฯ ยัง "ไม่เปลี่ยนท่าทีทางทหาร" ต่อซีเรีย หลังจากตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพซีเรียด้วยขีปนาวุธไปแล้ว และภารกิจเร่งด่วนอันดับแรกของสหรัฐฯ ในซีเรียคือการกำจัดกลุ่มก่อการร้าย ที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส)

แต่ก่อนหน้านี้นางนิกกิ เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติบอกว่า "ไม่มีทางที่จะสร้างสันติภาพในซีเรียได้หากนายอัสซาดยังคงเป็นหัวหน้ารัฐบาล" อย่างไรก็ตามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นางเฮลีย์ บอกว่าการกำจัดนายอัสซาด ไม่ถือว่าเป็นภารกิจเร่งด่วนของสหรัฐฯอีกต่อไป

อะไรคือทางเลือกในการกดดันรัสเซีย?

เจมส์ รอบบิ้นส์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีสายการทูตบอกว่า รัฐมนตรีต่างประเทศในที่ประชุมจี 7 น่าจะต้องพยายามหาจุดยืนร่วมกันให้ได้ เพื่อโน้มน้าวประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียว่า รัสเซียต้องเลิกสนับสนุนนายอัสซาดในตอนนี้ และเร่งกระบวนการเจรจาเพื่อให้มีการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

คาดว่านายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ จะชี้ให้ที่ประชุมเห็นถึงว่าจำเป็นต้องใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อรัสเซีย หากรัสเซียยังไม่ยอมทำตาม

ขณะนี้รัสเซียถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปกรณีผนวกแคว้นไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย และวิกฤตในยูเครนตะวันออก หลังการประชุมจี 7 นายทิลเลอร์สันมีกำหนดจะไปยังกรุงมอสโก หลังการประชุมจี 7 พร้อมกับข้อเรียกร้องต่างๆที่ได้รับการสนับสนุนจากชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ

สหรัฐฯ มีนโยบายต่อซีเรียอย่างไร?

การโจมตีฐานทัพอากาศเชย์รัตในซีเรียของสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการแทรกแซงโดยตรงของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามกลางเมืองในซีเรียปะทุขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อน แต่เป็นวิธีการที่นายบารัค โอบามา หลีกเลี่ยงสมัยเป็นผู้นำสหรัฐฯ เช่นที่พีเจ คราวลีย์ นักวิเคราะห์ได้เขียนไว้ในบทความของบีบีซีเมื่อไม่นานมานี้ ว่าโอบาม่าเลือกที่จะจำกัดวงผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในซีเซียไว้ในกรอบแคบ ๆ คือ การกำจัดกลุ่มไอเอส โดยไม่ถลำตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวอย่างลึกซึ้ง เพราะเกรงว่าอาจติดกับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและกลายเป็นบทเรียนที่มีราคาแพงได้

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน (ซ้าย) คาดว่าจะถูกกดดันเกี่ยวกับนโยบายสหรัฐฯ ที่มีต่อซีเรีย

ก่อนหน้าการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (7 เม.ย.) ประธานาธิบดีโดนัดล์ ทรัมป์ มีจุดยืนทำนองเดียวกับนายโอบามา เขาคัดค้านการใช้กำลัง ซึ่งตลอดช่วงการรณรงค์หาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาชูประเด็นการแก้ไขปัญหาในประเทศ และทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ไม่ใช่เรื่องซีเรียแต่อย่างใด แม้ว่าการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาด แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในนโยบายของสหรัฐฯ ต่อซีเรีย

ขณะที่ คำพูดของนายทิลเลอร์สันที่ระบุว่า "ไม่มีการเปลี่ยนท่าทีทางหทาร" แสดงให้เห็นชัดว่ารัฐบาลสหรัฐฯยังคงเห็นว่าการกำจัดกลุ่มไอเอสเป็นภารกิจสำคัญลำดับแรก

ซีเรียและชาติพันธมิตรของซีเรียตอบโต้อย่างไร

ซีเรียปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้อาวุธเคมี และรัสเซียบอกว่า สหรัฐฯ เองก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าซีเรียใช้อาวุธเคมี

รัสเซียกับอิหร่านซึ่งเป็นชาติพันธมิตรหลักของนายอัสซาดต่างขู่ว่าจะตอบโต้ หากสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศอีก ทั้งระบุด้วยว่า การกระทำของสหรัฐฯ ถือว่าเป็น "การข้ามเส้น"

ผู้สื่อข่าวสายการทูตของบีบีซีบอกว่า นับตั้งแต่มีการใช้แก๊สพิษและการใช้ขีปนาวุธโจมตีจากสหรัฐฯ ยังมองไม่เห็นว่าจุดยืนของรัสเซียต่อซีเรียเปลี่ยนไป แต่ดูเหมือนว่าขณะนี้นายทรัมป์อาจไม่ใช่ผู้นำที่สื่อรัสเซียเคยชื่นชมเหมือนแต่ก่อน ล่าสุดหนังสือพิมพ์รอสซิสกายา กาเซตา กระบอกเสียงรัฐบาลรัสเซียพาดหัวว่า "ก้าวร้าว ข้อพึงระวัง 7 ข้อ หลังจากสหรัฐฯ โจมตีซีเรีย"

ทำไมสหรัฐฯ โจมตีฐานทัพเชย์รัตของซีเรีย?

นาวาเอกเจฟฟ์ เดวิส โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ บอกว่าฐานทัพอากาศเชย์รัตเป็นคลังเก็บอาวุธเคมี และหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่าเครื่องบินรบจากฐานทัพแห่งนี้ทิ้งระเบิดบรรทุกก๊าซพิษในเมืองข่านเชกุน

นายอัสซาดปฏิเสธว่าไม่เคยใช้อาวุธเคมี ด้านรัสเซียบอกว่าเครื่องบินรบของซีเรียโจมตีคลังที่เต็มไปด้วยอาวุธเคมีของฝ่ายกบฏ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง