จี 7 ปัดแผนคว่ำบาตรรัสเซีย-ซีเรีย กรณีใช้อาวุธเคมี

Syria war: G7 rejects sanctions on Russia after 'chemical attack' Image copyright EPA

ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำโลก 7 ชาติ (จี 7) ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องการใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียและซีเรียกรณีที่ใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนในซีเรียจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มจี 7 พยายามแสวงหาจุดยืนร่วมกันต่อปัญหาในซีเรีย ก่อนที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จะเดินทางไปโน้มน้าวให้รัฐบาลรัสเซียยุติการสนับสนุนทางทหารแก่รัฐบาลซีเรีย โดยที่ประชุมจี 7 เห็นพ้องกันว่าวิกฤตการณ์ในซีเรียจะไม่สามารถยุติลงได้หากประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ยังคงอยู่ในอำนาจต่อไป

อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังไม่รับข้อเสนอของรัฐบาลสหราชอาณาจักรให้ใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อบรรดานายทหารระดับสูงของรัสเซียและซีเรียในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แหล่งข่าวในรัฐบาลอังกฤษ เปิดเผยว่า จะไม่มีการใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียและซีเรียไปจนกว่าจะมีการสอบสวนเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

บีบีซีได้รับข้อมูลว่า ชาติสมาชิกจี 7 เห็นว่าควรชะลอแผนการใช้มาตรการคว่ำบาตรออกไปก่อน จนกว่าจะพบหลักฐานชัดเจน ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามีการใช้อาวุธเคมีในซีเรียจริง

ที่ผ่านมารัฐบาลซีเรียปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมีโจมตีเมืองข่านเชคุน ในจังหวัดอิดลิบ ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองของกลุ่มกบฏ เมื่อสัปดาห์ก่อน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 89 คน

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ (ขวา) จะเดินทางไปเจรจาเรื่องซีเรียกับรัสเซียในวันที่ 11 เม.ย.

สตีฟ โรเซนเบิร์ก ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงมอสโก บอกว่า การที่นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จะเดินทางไปเจรจาเรื่องซีเรียกับรัสเซียในวันนี้ (11 เม.ย.) เป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะแม้ว่ารัสเซียจะแสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อกรณีที่สหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพทหารของซีเรียเมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อตอบโต้เรื่องการใช้อาวุธเคมี แต่รัฐบาลรัสเซียก็ยังคงเดินหน้าจัดการพบหารือระหว่างนายทิลเลอร์สัน กับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียที่กรุงมอสโก อีกทั้งยังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการพบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวบีบีซี ชี้ว่า บทเรียนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่าการใช้มาตรการคว่ำบาตรไม่น่าจะทำให้รัสเซียเปลี่ยนแปลงจุดยืนเรื่องสงครามในซีเรียได้โดยง่าย เพราะประธานาธิบดีอัสซาดถือเป็นพันธมิตรคนสำคัญของรัสเซียในภูมิภาคตะวันออกกลาง และที่ผ่านมารัสเซียก็ลงทุนด้านการทหาร การเมือง และการเงินอย่างมหาศาลเพื่อให้ประธานาธิบดีอัสซาดได้อยู่ในอำนาจต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง