สี จิ้นผิง ต่อสายตรงทรัมป์ ขอแก้ปัญหาเกาหลีเหนือด้วย “สันติวิธี”

ปธน.สี - ทรัมป์ Image copyright Reuters

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเรียกร้องให้แก้ปัญหาความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีเหนือด้วย "สันติวิธี"ในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ด้านเกาหลีเหนือกำลังเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติทั้งทางด้านเศรษฐกิจและด้านการทหาร

สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีน รายงานว่า ประธานาธิบดีสีและประธานาธิบดีทรัมป์ได้ต่อสายโทรศัพท์พูดคุยกันเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (12 เม.ย.) หลังจากทั้งคู่ได้พบหารือกันอย่างเป็นทางการไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และได้หารือกันในประเด็นสำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องเกาหลีเหนือ ซึ่งในระหว่างการสนทนาผู้นำทั้งสองได้พูดถึงประเด็นนี้อีกครั้ง โดยที่ผู้นำจีนกล่าวว่า "จีนมุ่งมั่นที่จะทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ รวมทั้งรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคโดยการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี"

ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ ของทางการจีนตีพิมพ์บทบรรณาธิการเรียกร้องให้เกาหลีเหนือ "ยอมแตะเบรกเพื่อสันติภาพ" พร้อมชี้ว่าสหรัฐฯ ไม่มีแผนที่จะอยู่ร่วมกับรัฐบาลเกาหลีเหนือที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง

ด้านทำเนียบขาวยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดการสนทนาระหว่างผู้นำทั้งสอง แต่เมื่อวานนี้ นายทรัมป์ได้ทวีตข้อความว่าสหรัฐฯ ไม่หวั่นที่จะจัดการปัญหาเกาหลีเหนือเองตามลำพังหากจีนไม่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

"ผมอธิบายให้ประธานาธิบดีจีนฟังว่าข้อตกลงการค้าที่จีนทำกับสหรัฐฯ จะดีกว่านี้มาก หากทั้งสองฝ่ายสามารถแก้ปัญหาเกาหลีเหนือได้" และว่า "เกาหลีเหนือกำลังหาเรื่องใส่ตัว และถ้าจีนตัดสินใจจะช่วยก็จะเป็นเรื่องดีมาก แต่ถ้าไม่ สหรัฐฯ ก็จะแก้ปัญหานี้เองตามลำพัง"

สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ ส่งกองเรือรบไปประจำการบริเวณคาบสมุทรเกาหลี ส่งผลให้เกาหลีเหนือประกาศอย่างเกรี้ยวกราดว่าจะปกป้องตนเอง "อย่างเต็มกำลัง"

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เกาหลีเหนือแสดงความไม่พอใจอย่างมาก หลังสหรัฐฯ ส่งกองเรือรบไปประจำการบริเวณคาบสมุทรเกาหลี

นานาชาติใช้หลายมาตรการกำราบเกาหลีเหนือ

ปัจจุบัน เกาหลีเหนือที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นภัยคุกคามเสถียรภาพในภูมิภาค กำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายฝ่ายทั้งทางด้านเศรษฐกิจและด้านการทหาร สำนักข่าวเกียวโด ของญี่ปุ่นรายงานว่า สหรัฐฯและญี่ปุ่นกำลังพิจารณาจัดการซ้อมรบร่วมกันในทะเลจีนตะวันออก เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้เกาหลีเหนือเลิกทดสอบขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ เพราะคาดกันว่ารัฐบาลเกาหลีเหนืออาจทดสอบอาวุธเหล่านี้เนื่องในวันเกิดปีที่ 105 ของนายคิม อิล-ซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ ในวันเสาร์ที่ 15 เม.ย.นี้ รวมทั้งวาระครบครอบ 85 ปีการก่อตั้งกองทัพประชาชนเกาหลีวันที่ 25 เม.ย.

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า กองเรือขนส่งถ่านหินของเกาหลีเหนือต้องเดินทางกลับประเทศด้วยสินค้าเต็มลำเรือ เนื่องจากทางการจีนสั่งให้บริษัทในประเทศตีกลับไม่รับส่งมอบถ่านหินจากเกาหลีเหนือ ตามมาตรการห้ามนำเข้าถ่านหินทั้งหมดจากเกาหลีเหนือที่เริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่เดือน ก.พ. เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้เกาหลีเหนือยุติโครงการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นหลังจากจีนได้รับแรงกดดันจากรัฐบาลของนายทรัมป์ให้ดำเนินการมากขึ้นเพื่อควบคุมเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ จีนถือเป็นหนึ่งในผู้ซื้อถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือ

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ เกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธลงทะเลญี่ปุ่นสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนหน้าการพบหารือของผู้นำจีน-สหรัฐฯ

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า มาตรการดังกล่าวทำให้ปัจจุบันมีถ่านหินจากเกาหลีเหนือตกค้างอยู่ตามท่าเรือจีนทั้งสิ้นราว 2 ล้านตัน และเมื่อเดือนก่อนยังมีรายงานว่า ทางการมาเลเซียได้สั่งห้ามเรือสินค้าเกาหลีเหนือที่บรรทุกถ่านหินมาจากจีนเข้าเทียบท่าในปีนัง เพราะต้องสงสัยว่าอาจเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร

รอยเตอร์ ระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือทำให้จีน ซึ่งมีความต้องการใช้ถ่านหินปริมาณมหาศาล โดยเฉพาะถ่านโค้ก ที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเหล็กกล้า ต้องหันไปนำเข้าถ่านหินจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อสหรัฐฯ โดยเฉพาะต่อประธานาธิบดีทรัมป์ที่เคยประกาศจะพลิกฟื้นอุตสาหกรรมถ่านหินของประเทศขึ้นมาอีกครั้ง