ศาลชี้ รัสเซีย “ล้มเหลวในการป้องกัน” เหตุสังหารหมู่โรงเรียนเบสลาน

เหตุการณ์จับตัวประกันที่โรงเรียนในเมืองเบสลาน Image copyright AFP/Getty Images

ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป มีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่า รัสเซียมีความผิด จากความล้มเหลวอย่างร้ายแรง ในเหตุการณ์จับตัวประกันที่โรงเรียนในเมืองเบสลาน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 330 คน เมื่อ 13 ปีก่อน

ผู้พิพากษาศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทางการรัสเซียล้มเหลวที่ไม่ได้ป้องกันเหตุบุกยึดโรงเรียน และปฏิบัติการเพื่อยุติเหตุดังกล่าว รวมถึงการสืบสวนที่ตามมา มีประเด็นให้ถูกวิจารณ์อย่างหนัก

ในเหตุการณ์บุกยึดโรงเรียนเมื่อปี 2004 กลุ่มกบฎเชเชน ได้จับตัวประกันกว่าพันคน ส่วนมากเป็นเด็ก และเหตุการณ์นี้ยุติลง หลังจากรัสเซียส่งทหารบุกเข้าไปในอาคาร ซึ่งผู้รอดชีวิตเล่าว่าทหารใช้กำลังรุนแรง

เท่าที่ผ่านมา ไม่มีการระบุถึงเจ้าหน้าที่ทางการรัสเซียคนไหน ว่ามีส่วนต้องรับผิดชอบต่อผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงเด็ก 186 คน

เกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียนเบสลาน

กลุ่มคนทั้งหญิงและชายที่สวมหน้ากากและเข็มขัดติดระเบิด บุกเข้าไปที่โรงเรียนหมายเลขหนึ่งในเมืองเบสลาน โดยได้เปิดฉากกราดยิงบริเวณลานของโรงเรียนในช่วงท้ายของพิธีเปิดภาคเรียนใหม่ จากนั้นกลุ่มร้ายคนได้จับตัวประกันเอาไว้ในโรงพละ และนำระเบิดไปผูกไว้บนแป้นบาสเก็ตบอล ส่วนข้อเรียกร้อง คือต้องการให้ทหารรัสเซียถอนกำลังออกจากสาธารณรัฐเชเชน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ตัวประกันถูกกักอยู่ในโรงพละของโรงเรียน

การปิดล้อมที่ตึงเครียด จบลงทันทีในวันที่สาม โดยมีระเบิดขึ้น 2 ครั้ง และการยิงปะทะกันอย่างดุเดือด ซึ่งผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าถึงปฏิบัติการของทหารรัสเซียว่า สร้างความสับสนวุ่นวาย ทหารใช้ความรุนแรงและอาวุธหนักเกินกว่าเหตุ ส่วนในจำนวนผู้ก่อเหตุ มีเพียงคนเดียวที่ถูกจับได้และนำตัวขึ้นศาล

ความเห็นของผู้รอดชีวิต และญาติผู้เสียชีวิต

เป็นเวลากว่าทศวรรษ ที่ผู้รอดชีวิตและญาติของเหยื่อ ตั้งคำถามว่าเหตุการณ์นี้น่าจะป้องกันได้หรือไม่ และจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากขนาดนี้ โดยพวกเขากล่าวว่า ทางการรัสเซีย รวมถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน รับมือกับวิกฤตจับตัวประกันผิดพลาด และเพิกเฉยต่อข่าวกรองก่อนหน้านี้ที่ชี้ว่า มีการวางแผนจะบุกจับตัวประกัน ส่วนการสืบสวนของรัสเซียก็หยุดชะงักไปเมื่อหลายปีที่แล้ว

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ เหยื่อส่วนใหญ่จากการปิดล้อมโรงเรียนในเมืองเบสลานเป็นเด็ก

มีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ 400 คน รวมตัวไปยื่นเรื่องต่อศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป อันเป็นหน่วยงานหนึ่งของสภายุโรป ที่ตั้งอยู่ในเมืองสตราสบูร์ก และมีรัสเซียเป็นภาคีด้วย ซึ่งการทำงานมีลักษณะเป็นองค์กรอิสระ และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป

คำวินิจฉัยของศาล

ศาลกล่าวว่า รัสเซีย มีข้อมูลเฉพาะเจาะจงมากพอ ว่าในขณะนั้นกำลังมีการวางแผนโจมตีในพื้นที่ แต่กลับไม่ได้ลงมือป้องกัน นอกจากนี้ ก็วิจารณ์ทางการรัสเซีย ว่าไม่ได้ป้องกันการซ่องสุมของกลุ่มกบฏติดอาวุธ และยังปล่อยให้คนเหล่านี้เคลื่อนไหวได้ในวันที่เกิดการโจมตี รวมถึงล้มเหลวที่ไม่ได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยที่โรงเรียน หรือแจ้งเตือนประชาชนถึงความเสี่ยง

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ศาลวิจารณ์การใช้อาวุธหนักในปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกัน

นอกจากนี้ ศาลยังระบุว่า รัสเซีย "ใช้อาวุธหนัก เช่นปืนใหญ่ที่ยิงจากรถหุ้มเกราะ ระเบิดขนาดเล็ก และเครื่องพ่นไฟ" เพื่อปลดปล่อยตัวประกัน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

นอกจากนี้ ศาลยังได้วิจารณ์การสืบสวนของรัสเซีย ว่าไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า มีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ สำหรับการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในวันนั้น

ความหวังเรื่องความเป็นธรรม

โดย ซาร่าห์ เรนส์ฟอร์ด

ผู้สื่อข่าว บีบีซี รายงานจากกรุงมอสโก

Image copyright AFP

สำหรับผู้ที่ตกอยู่ในเหตุปิดล้อมที่โรงเรียนหมายเลขหนึ่งในเมืองเบสลาน คำวินิจฉัยของศาล เป็นสิ่งที่พวกเขารอคอย

สิ่งที่เกิดขึ้นที่เมืองเบสลาน เป็นการโจมตีก่อการร้ายที่น่ากลัว แต่แม่ของเด็กหลายคนที่เสียชีวิต โต้แย้งว่าทางการรัสเซียควรจะปกป้องลูก ๆ ของพวกเขาให้มากกว่านี้ พวกเธอใช้เวลาหลายปี เพื่อผลักดันให้คนที่ทำผิดออกมายอมรับผิดชอบ แต่จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีใครในรัสเซียที่ถูกระบุตัวว่าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจากคำวินิจฉัยของศาล บรรดาแม่ของเด็กที่เสียชีวิตหวังว่า จะสามารถผลักดันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในประเทศได้อีกครั้งหนึ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง