พบมหาสมุทรใต้ดวงจันทร์ของดาวเสาร์เอื้อต่อสิ่งมีชีวิต

ไอน้ำร้อนพวยพุ่งออกมาจากขั้วใต้ของเอนเซลาดัส Image copyright NASA/JPL-CALTECH/SSI
คำบรรยายภาพ ไอน้ำร้อนพวยพุ่งออกมาจากขั้วใต้ของเอนเซลาดัส

นาซาแถลงผลการค้นพบล่าสุดจากยานสำรวจแคสสินี ซึ่งโคจรผ่านดวงจันทร์บริวาร "เอนเซลาดัส" ของดาวเสาร์ และได้ถ่ายภาพรวมทั้ง เก็บตัวอย่างไอน้ำร้อนที่พวยพุ่งออกมาจากขั้วใต้ของดาว ซึ่งแสดงว่าที่ก้นมหาสมุทรใต้พื้นผิวที่เป็นน้ำแข็งของเอนเซลาดัส นั้นมีกระแสน้ำร้อนหล่อเลี้ยงอยู่ ซึ่งเป็นสภาพที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับบริเวณรอยแยกของแผ่นเปลือกโลกใต้มหาสมุทรบนโลก

ดร. ฮันเทอร์ เวต นักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาข้อมูลจากยานสำรวจแคสสินีบอกว่า ระบบน้ำร้อนที่ก้นมหาสมุทรของเอนเซลาดัสซึ่งทำให้เกิดไอน้ำร้อน พวยพุ่งออกมานั้น น่าจะมีสภาพคล้ายคลึงกับก้นมหาสมุทรบนโลก อันเป็นที่อยู่อาศัยและดำรงชีวิตของจุลชีพจำนวนมาก ซึ่งทำให้มีความ เป็นไปได้ว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ที่ก้นมหาสมุทรของเอนเซลาดัสเช่นกัน แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ จนกว่าจะส่งยานสำรวจที่มีเครื่องมือ เก็บตัวอย่างไอน้ำร้อน เพื่อหาร่องรอยการมีอยู่ของจุลชีพใต้ทะเลโดยเฉพาะไปยังดวงจันทร์เอนเซลาดัสอีกครั้งหนึ่งในอนาคต

Image copyright WHOI/NSF/NASA
คำบรรยายภาพ รอยแยกของแผ่นเปลือกโลกก้นมหาสมุทรเป็นที่อาศัยของจุลชีพจำนวนมาก ซึ่งจุลชีพนี้เกื้อหนุนระบบนิเวศใต้ทะเล

ผลการค้นพบครั้งนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Science ระบุว่ามหาสมุทรใต้พื้นผิวน้ำแข็งของเอนเซลาดัส ซึ่งมีความกว้างใหญ่ครอบคลุม ทั้งดาวและลึกหลายกิโลเมตรนั้น ได้รับความร้อนจากแกนกลางของดาวที่เป็นหินแข็ง ซึ่งมีส่วนประกอบหลักเป็นเกลือและซิลิกา โดยแรงดึงดูดมหาศาลจากดาวเสาร์บีบให้แกนกลางของเอนเซลาดัสเกิดความร้อนขึ้น

หากมีจุลชีพอาศัยที่ก้นมหาสมุทรของเอนเซลาดัสจริง นักวิทยาศาสตร์คาดว่าน่าจะมีกลไกการดำรงชีพคล้ายกับที่ก้นมหาสมุทรบนโลก โดยหินร้อนในรอยแยกของแผ่นเปลือกโลกซึ่งอุดมไปด้วยเหล็กและแม็กนีเซียมจะทำปฏิกิริยากับน้ำและปลดปล่อยไฮโดรเจนออกมา ซึ่งไฮโดรเจนเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของจุลชีพก้นทะเลเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจุลชีพกลุ่มที่ผลิตมีเทน

Image copyright SOURCE: NASA
คำบรรยายภาพ โครงสร้างของเอนเซลาดัส ประกอบไปด้วยพื้นผิวน้ำแข็งที่มีมหาสมุทรอยู่ข้างใต้ และมีแกนกลางเป็นหินแข็ง

ทั้งนี้ ภารกิจสำรวจดาวเสาร์และดวงจันทร์บริวารของยานสำรวจแคสสินีจะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายนปีนี้ หลังปฏิบัติภารกิจมานาน 12 ปี โดยยานจะถูกบังคับให้พุ่งเข้าสู่บรรยากาศของดาวเสาร์เพื่อเผาไหม้ให้หมดไป

นอกจากนี้ นาซายังได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการสำรวจดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดีในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งคาดว่ามีมหาสมุทร ที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับเอนเซลาดัสด้วย แต่พื้นผิวน้ำแข็งของยูโรปาหนากว่า และคาดว่าตัวอย่างน้ำที่เก็บมาศึกษาได้จะมีน้อยกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง