สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ถูกล่าจากแหล่งมรดกโลกเกือบครึ่ง

แรดอินเดียที่อุทยานแห่งชาติจิตวัน ประเทศเนปาล Image copyright MICHEL GUNTHER / WWF
คำบรรยายภาพ แรดอินเดียที่อุทยานแห่งชาติจิตวัน ประเทศเนปาล

รายงานของ WWF เผยสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในบัญชีไซเตสยังคงถูกล่าจากแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติกว่า 90 แห่ง หรือเกือบครึ่งหนึ่งที่ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก

รายงานล่าสุดของกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) เผยว่าสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์หลายชนิดที่อยู่ในรายชื่อได้รับการคุ้มครองตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส (CITES) ยังคงถูกลักลอบล่าหรือตัดเอาอวัยวะบางส่วนไปโดยเครือข่ายอาชญากรที่ค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย โดยเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นในแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติที่ขึ้นทะเบียนกับองค์การยูเนสโกถึง 45% หรือกว่า 90 แห่งทั่วโลก

สัตว์ป่าที่ถูกลักลอบล่าอย่างหนัก รวมถึงแรดชวาในอุทยานแห่งชาติอูจุงของอินโดนีเซียและเสืออีกหลายชนิด รวมทั้งช้างป่าแอฟริกาในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโอคาวานโกในบอตสวานา ซึ่งจำนวนช้างป่าที่นั่นคิดเป็นหนึ่งในสามของประชากรช้างป่าแอฟริกาทั้งหมด

Image copyright © WWF-INDONESIA / TIGER SURVEY TEAM
คำบรรยายภาพ ภาพเสือโคร่งอายุน้อยซึ่งกล้องซุ่มถ่ายบันทึกเอาไว้ได้ ที่ป่าสงวน บูกิต เบตาบูห์ ประเทศอินโดนีเซีย

รายงานยังระบุว่า ระหว่างปี 1970-2012 จำนวนประชากรสัตว์ป่าทั่วโลกลดลงถึง 60% โดยเฉลี่ย แต่สาเหตุไม่ใช่เพราะการตัดไม้ทำลายป่าหรือการใช้ทรัพยากรมากเกินควรของมนุษย์เท่านั้น ตัวการที่ลดจำนวนสัตว์ป่าลงอย่างรวดเร็วอีกสาเหตุหนึ่งก็คือขบวนการลักลอบล่าและค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งคาดกันว่าธุรกิจนี้มีมูลค่าถึง 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี

รายงานยกตัวอย่างกรณีของมาดากัสการ์ ซึ่งมีปัญหาความอ่อนแอของรัฐบาลและการทุจริตคอร์รัปชันเป็นสาเหตุให้ขบวนการลักลอบล่าและค้าสัตว์ป่าเข้ามาหาผลประโยชน์ได้ ปัญหานี้ยังสร้างความสูญเสียแก่ชีวิตมนุษย์อีกเป็นจำนวนมาก โดยในระหว่างปี 2005-2016 มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าต้องเสียชีวิตลงถึง 595 คน ตามแหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญทั่วโลก เนื่องจากความพยายามปกป้องทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า

Image copyright JORGE SERRA / WWF
คำบรรยายภาพ พื้นที่ชุ่มน้ำโดญานาในแคว้นอันดาลูเชียของสเปน ประสบปัญหาการผันน้ำไปใช้อย่างผิดกฏหมายมายาวนาน

ทางกองทุนสัตว์ป่าโลกหวังว่า ความร่วมมือในการปราบปรามจากรัฐบาลของประเทศที่เป็นแหล่งรับซื้อนำเข้าสัตว์ป่าเหล่านี้ และการสนับสนุนจากประชาคมนานาชาติโดยรวมจะช่วยแก้ไขปัญหาได้ โดยรายงานฉบับล่าสุดเสนอแนะให้กองทุนสัตว์ป่าโลกแสวงหาความร่วมมือกับทางไซเตสให้มากขึ้น