สหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านมีพฤติกรรม 'ยั่วยุจนน่าเป็นห่วง'

นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ชูประเด็นความกังวลเกี่ยวกับอิหร่าน ในฐานะ 'รัฐที่สนับสนุนการก่อการร้าย' Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ชูประเด็นความกังวลเกี่ยวกับอิหร่าน ในฐานะ 'รัฐที่สนับสนุนการก่อการร้าย'

นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านว่า 'ยั่วยุต่อเนื่องจนน่าเป็นห่วง' โดยมุ่งเป้าจะทำลายเสถียรภาพในตะวันออกกลาง และบ่อนทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค

'อิหร่าน มีแนวโน้มจะเดินไปในทิศทางเดียวกับเกาหลีเหนือ และเอาโลกไปด้วย' นายทิลเลอร์สันกล่าว

คำกล่าวของนายทิลเลอร์สันนี้ มีขึ้นไม่นานหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้ทบทวนข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน แม้ว่าทางรัฐบาลสหรัฐฯ จะยอมรับว่า อิหร่าน ปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อปี 2015

ด้านอิหร่าน ยังไม่ได้มีท่าทีหรือความเห็นใดๆ ต่อการเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐ แต่เท่าที่ผ่านมา ได้ปฏิเสธคำกล่าวหาของชาติตะวันตกมาโดยตลอดว่า ไม่ได้มีความพยายามที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

หลังจากที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธล้มเหลวในช่วงสุดสัปดาห์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (18 เม.ย.) ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ได้กล่าวหาเกาหลีเหนือ ว่าพยายาม 'ยั่วยุบางอย่าง' ซึ่งทางรัฐบาลเกาหลีเหนือ ได้ตอบโต้ผ่านแถลงการณ์ว่า ต่อไปอาจจะทดสอบขีปนาวุธเป็นรายสัปดาห์ และเตือนว่าหากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหาร ก็อาจทำให้เกิดสงครามเต็มรูปแบบได้

'คำขู่กันไปมา'

นายทิลเลอร์สัน กล่าวเมื่อวันพุธ (19 เม.ย.) ว่า การทบทวนประเด็นอิหร่าน ซึ่งถูกประกาศในจดหมายถึงรัฐสภา 1 วันก่อนหน้านั้น จะไม่ได้แค่ตรวจสอบรัฐบาลอิหร่านในการปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์เท่านั้น แต่จะครอบคลุมไปถึงการเคลื่อนไหวในตะวันออกกลางด้วย ซึ่งนายทิลเลอร์สัน กล่าวหาอิหร่านว่า บ่อนทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในเลบานอน อิรัก ซีเรีย และเยเมน

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ทางการอิหร่านยังไม่มีท่าทีหรือความเห็นใดๆ ต่อความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ

'ในนโยบายที่ครอบคลุมเกี่ยวกับอิหร่าน เราจำเป็นต้องตั้งคำถามถึงท่าทีที่เป็นภัยทั้งหมดของอิหร่าน และเป็นที่ชัดเจนว่ามีหลายเรื่อง' นายทิลเลอร์สันกล่าว

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ยอมรับว่า อิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อปี 2015 แต่ก็ยังกล่าวถึงประเด็นที่เขากังวลว่าอิหร่านจะเป็น 'รัฐที่สนับสนุนการก่อการร้าย'

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ เรียกข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านว่า 'ข้อตกลงที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา'

อย่างไรก็ตาม อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ให้เหตุผลว่า ข้อตกลงดังกล่าว ระหว่างอิหร่านและ 6 ชาติมหาอำนาจของโลก ที่รวมถึงจีน รัสเซีย และสหราชอาณาจักร เป็นหนทางที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

ส่วนมาตรการคว่ำบาตร ถูกยกเลิกหลังจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) รับรองว่า รัฐบาลอิหร่าน ได้จำกัดกิจกรรมเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ที่มีความอ่อนไหว

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม