องค์การห้ามอาวุธเคมีเผยพบสารซารินจากเหตุโจมตีในซีเรีย

เด็กตกเป็นเหยื่อจากการโจมตี Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ เด็กตกเป็นเหยื่อจากการโจมตี

นายอาห์เหม็ด ยูซุมคู ผู้อำนวยการองค์การต่อต้านอาวุธเคมี (OPCW) เผยผลแล็บ พบหลักฐานที่ไม่สามารถโต้เถียงได้ว่า มีการใช้ก๊าซซารินหรือสารที่ใกล้เคียงกัน เป็นอาวุธเคมีโจมตีเมืองข่านเชคูนของซีเรีย ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 87 ราย หลังเก็บตัวอย่างจากเหยื่อ 10 ราย นำไปทดสอบในห้องปฏิบัติการ 4 แห่ง

นอกจากนี้ยังมีภาพจากเหตุการณ์โจมตีที่ซีเรีย แสดงให้เห็นว่าเด็กหลายคนกำลังหายใจไม่ออกและมีน้ำลายฟูมปาก

ก่อนหน้านี้ กองทัพซีเรียได้ออกมาปฏิเสธเรื่องการใช้อาวุธเคมี เช่นเดียวกับชาติพันธมิตรอย่างรัสเซียที่อ้างว่าการโจมตีทางอากาศไปถูกคลังอาวุธของกลุ่มกบฏซึ่งเต็มไปด้วยอาวุธเคมี แต่ข้ออ้างนี้ก็ถูกปฏิเสธในวงกว้าง และเป็นสาเหตุให้สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศในซีเรีย

นายยูซุมคูกล่าวว่า ตัวอย่างที่ใช้ทดสอบมาจากเหยื่อ 3 รายที่เสียชีวิตในการโจมตีนี้ โดยได้นำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ 2 แห่งของ OPCW และยังมีตัวอย่างจากเหยื่ออีก 7 รายที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ถูกส่งไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอีก 2 แห่ง โดยผลจากการวิเคราะห์ของห้องปฏิบัติการของ OPCW ชี้ว่าเหยื่อได้สัมผัสสารซาริน หรือสารที่มีฤทธิ์คล้ายกัน แม้ขณะนี้ยังรอผลการวิเคราะห์เพิ่มเติม แต่ผลที่ออกมานี้ไม่สามารถโต้เถียงได้

ผู้อำนวยการ OPCW กล่าวด้วยว่า พร้อมส่งคณะผู้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงลงพื้นที่ โดยความเป็นไปได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้านความมั่นคง ขณะนี้ทางคณะทำงานยังคงเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ และเก็บตัวอย่างอื่นๆ ด้วย

ก่อนหน้านี้ ซีเรียมีพันธกรณีที่จะต้องส่งมอบอาวุธเคมี ภายใต้ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียเมื่อปี 2013 หลังเกิดเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีในกรุงดามัสกัส โดยองค์การสหประชาชาติระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมีการใช้สารซารินเป็นอาวุธ ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเมืองโกตา ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่ทอดตัวตามแนวทิศตะวันตกและตะวันออกของเมืองหลวง