ขีปนาวุธข้ามทวีปเกาหลีเหนือใกล้สำเร็จหรือยัง?

ปล่อยขีปนาวุธ Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ เกาหลีเหนือขู่ว่าจะทำลายล้างศัตรูเป็นประจำ คำขู่เหล่านั้นมีความเป็นจริงมากแค่ไหน

เกาหลีเหนือจัดแสดงขีปนาวุธจำนวนมาก รวมถึงขีปนาวุธขนาดใหญ่ ในพาเหรดแสดงแสนยานุภาพทางการทหารที่จัดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่มีใครรู้ถึงขีดความสามารถของขีปนาวุธของเกาหลีเหนือจริง ๆ บ้าง เมลิสซ่า แฮนแฮม ผู้เชี่ยวชาญด้านกลาโหม จากศูนย์เจมส์ มาร์ตินเพื่อศึกษาการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (James Martin Center for Nonproliferation Studies) ในสหรัฐฯ มีคำอธิบายเรื่องนี้

คิม จอง-อึน จัดงานพาเหรดนี้ในวาระครบรอบวันคล้ายวันเกิด 105 ปี คิม อิล-ซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นปู่ของเขา มีการจัดแสดงอาวุธยุทธภัณฑ์ชนิดใหม่มากกว่าทุกครั้ง รวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) แบบใหม่ด้วย

สำหรับชาวเกาหลีเหนือ ICBM คือการแสดงถึงความรุ่งเรือง และความสามารถทางเทคโนโลยี แต่สำหรับคนภายนอก มันคือการข่มขู่ ไม่ว่าคุณจะอยู่ใกล้หรือไกล คุณก็อยู่ในพิสัยของขีปนาวุธข้ามทวีป

นับตั้งแต่ คิม จอง-อึน ปกครองเกาหลีเหนือ มีการทดสอบขีปนาวุธบ่อยมากขึ้น ทุกครั้งต่างเป็นการฝืนมติคว่ำบาตรของสหประชาชาติ แต่การทดสอบเหล่านี้ทำให้ขีดความสามารถของเกาหลีเหนือเพิ่มมากขึ้นหรือไม่

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ คิม จอง-อึน เข้าร่วมชมการปล่อยขีปนาวุธ

กำเนิดโครงการขีปนาวุธเกาหลีเหนือ?

โครงการขีปนาวุธเกาหลีเหนือเริ่มมาจาก สกั๊ด ขีปนาวุธที่มีการแพร่ขยายกว้างขวางมากที่สุดตลอดกาล

ในปี 1979 ประธานาธิบดีอันวาร์ ชาดัด ของอียิปต์ในขณะนั้นได้ส่งขีปนาวุธสกั๊ดที่โซเวียตผลิตจำนวนหนึ่งให้แก่เกาหลีเหนือ เป็นส่วนหนึ่งของการขยายข้อตกลงร่วมมือด้านเทคโนโลยีขีปนาวุธ

จากนั้นเกาหลีเหนือได้ทำวิศวกรรมย้อนรอยขีปนาวุธสกั๊ด และเริ่มผลิตและทดสอบขีปนาวุธของตัวเอง โดยเรียกชื่อว่า ฮวาซอง-6 และ ฮวาซอง-7

ในระหว่างนั้น เกาหลีเหนือได้เพิ่มพิสัยของขีปนาวุธ สกั๊ด และเพิ่มความยาวของตัวขีปนาวุธ เพื่อสร้างขีปนาวุธที่มีชื่อว่า โนดอง ขึ้น

ในที่สุดเกาหลีเหนือก็ได้เริ่มนำเครื่องยนต์ของ โนดอง มาประกอบรวมกันเพื่อสร้างพาหนะที่ชื่อว่า อุนฮา-3 ซึ่งเป็นจรวดที่มีความสามารถในการบรรทุกของที่มีน้ำหนักมากไปสู่นอกชั้นบรรยากาศของโลกได้

ขณะที่ขีปนาวุธในตระกูลเดียวกับ สกั๊ด ล้าสมัย โนดอง ก็มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น และมีราคาถูกในการผลิต โนดอง ยังสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ และเกาหลีเหนือยังได้ส่งออกขีปนาวุธนี้ไปยังปากีสถานและอิหร่านด้วย

เกาหลีเหนือยังมีความก้าวหน้าด้านอื่นอีกหรือไม่

ผลิตขีปนาวุธที่อำพรางง่าย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เกาหลีเหนือได้ทำวิศวกรรมย้อนรอย โซเวียต R-27 ซึ่งเป็นขีปนาวุธที่ปล่อยจากเรือดำน้ำ (SLBM) ให้เป็นขีปนาวุธที่ใช้รถบรรทุกขนย้ายได้ และสามารถโจมตีกองกำลังของสหรัฐฯ ในเกาะกวมได้

ขีปนาวุธนี้รู้จักกันในชื่อ มูซูดาน และถูกนำมาจัดแสดงในพาเหรดของกองทัพมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่เกาหลีเหนือเพิ่งเริ่มทดสอบขีปนาวุธชนิดนี้ในปี 2016

หลังจากทดสอบขีปนาวุธ มูซูดาน 6 ครั้ง เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จอย่างเด่นชัดเพียงครั้งเดียวในเดือนมิถุนายน 2016

แต่การเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มเข้ามาระหว่างการทดสอบแต่ละครั้งมีความน่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่น หลังจากการทดสอบที่ล้มเหลวครั้งหนึ่งได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อรถบรรทุกที่ใช้ขนย้ายและปล่อยขีปนาวุธ (TEL) เกาหลีเหนือได้สร้างเกราะกำบังรถ TEL คันต่อมาที่บริเวณล้อและโครงรถ

โดยขีปนาวุธ มูซูดาน อาจจะติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ด้วย

ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเกือบทั้งหมดสามารถขนย้ายได้ด้วยรถ นั่นหมายความว่าเกาหลีเหนือสามารถเคลื่อนย้ายขีปนาวุธไปได้ทั่วประเทศด้วยรถ TEL รถบรรทุกเหล่านี้ถูกซ่อนอยู่ในอุโมงค์ คลังสินค้า หลุมหลบภัย และถ้ำต่าง ๆ การย้ายที่ซ่อนรถ TEL อยู่เสมอช่วยให้การตรวจจับทำได้ยากขึ้น

ขีปนาวุธที่สามารถยิงจากใต้น้ำ

ปี 2016 เป็นปีที่สำคัญสำหรับ SLBM หลังจากที่ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าในปี 2015 เกาหลีเหนือได้เริ่มมีความก้าวหน้าในการพัฒนาขีปนาวุธที่รู้จักกันในชื่อ พุกกุกซอง

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ พุกกุกซอง หนึ่งในขีปนาวุธที่ปล่อยจากหรือดำน้ำ (SLBM) ถูกจัดแสดงในพาเหรดของกองทัพเกาหลีเหนือ

ก่อนหน้านี้ วิศวกรเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการปล่อยขีปนาวุธนี้จากใต้น้ำ แต่พิสัยของขีปนาวุธยังไม่ไกลนัก และไม่ถึงขั้นจุดชนวนหัวรบ หลังจากการทดสอบเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแข็ง (แทนเชื้อเพลิงเหลว) ในเดือนเมษายน 2016 เกาหลีเหนือเริ่มประสบความสำเร็จในการทดสอบ SLBM เพิ่มมากขึ้น

ขีปนาวุธ SLBM เหล่านี้ไม่น่ากังวัลเท่ากับขีปนาวุธ SLBM ที่สหรัฐฯ รัสเซีย และจีนครอบครอง เกาหลีเหนือยังต้องทดสอบขีปนาวุธชนิดนี้ต่อไป นอกจากนี้เรือดำน้ำของเกาหลีเหนือก็มีเสียงดังและง่ายต่อการตรวจจับ ดังนั้น การมีขีปนาวุธ SLBM จึงเป็นเหมือน "เกียรติภูมิ" ของประเทศมากกว่าที่จะนำมาใช้งานทางการทหาร

แม้กระนั้น ภาพถ่ายทางดาวเทียมก็แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือกำลังลงทุนอย่างมากในการยกเครื่อง อู่เรือดำน้ำ ที่เมืองซินโพ ดังนั้นนี่จึงเป็นเพียงการเริ่มต้นของโครงการนี้เท่านั้น

ขีปนาวุธ KN-17 (ตามที่สหรัฐฯ ระบุชื่อ) ซึ่งถูกแสดงในพาเหรดล่าสุดนี้ด้วยก็กำลังถูกทดสอบใกล้กับเมืองซินโพเช่นกัน แต่ล้มเหลวมาแล้ว 2 ครั้ง โดยขีปนาวุธนี้เป็นขีปนาวุธที่ถูกยิงจากบนบกเพื่อโจมตีเรือ เป็นการส่งสัญญาณว่าเรือของญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ ต้องระวัง

ขีปนาวุธที่ใช้เชื้อเพลิงแข็ง

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2017 เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธ SLBM ที่ใช้เชื้อเพลิงแข็งและเป็นแบบที่ยิงจากบนบกมีชื่อว่า พุกกุกซอง-2 โดยถูกยิงออกจากเครื่องยิงหลังรถ TEL

เกาหลีเหนือมักจะใช้เชื้อเพลิงเหลวที่ใช้ในขีปนาวุธสกั๊ดในอดีต เชื้อเพลิงชนิดนี้เชื่อถือได้และราคาถูก แต่มันกัดกร่อนและไม่สามารถบรรจุไว้ในขีปนาวุธได้ นั่นหมายความว่าขบวนรถขนขีปนาวุธต้องเดินทางไปพร้อมกับรถบรรทุกขนเชื้อเพลิงและตัวทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทำให้ขบวนรถมีขนาดใหญ่ขึ้นและเห็นได้ง่ายขึ้นจากดาวเทียม นอกจากนี้การที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายหรือเก็บขีปนาวุธได้หลังจากเติมเชื้อเพลิง นั่นหมายความว่ากระบวนการปล่อยขีปนาวุธก็จะใช้เวลานานขึ้น

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นี่คือ พุกกุกซอง-2 ซึ่งเป็นขีปนาวุธ SLBM แบบยิงจากพื้นดินได้รับการทดสอบครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 รถบรรทุกที่เห็นแสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือเริ่มผลิตรถบรรทุกที่เป็นล้อสายพานของตัวเอง เพราะว่าไม่สามารถนำเข้าโครงรถแบบที่มีล้อได้

รถบรรทุกจะต้องออกมาจากอุโมงค์ จากนั้นต้องมีการติดตั้งขีปนาวุธ แล้วก็ค่อยเติมเชื้อเพลิงและเล็งเป้าหมาย จากนั้นจึงจะยิงขีปนาวุธได้

ขณะที่ เชื้อเพลิงแข็งสามารถเก็บไว้ในขีปนาวุธได้ ทำให้ประหยัดเวลาอันมีค่าในการปล่อยขีปนาวุธลงได้ในยามเกิดสงคราม

โดยในขบวนพาเหรดได้แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือสนใจเชื้อเพลิงแข็ง ด้วยการแสดงขีปนาวุธ ICBM ที่อาจใช้เชื้อเพลิงแข็งชนิดใหม่ 2 ลูกที่ถูกบรรจุอยู่ในเครื่องยิง แต่เครื่องยิงนี้อาจจะว่างเปล่าก็ได้ (ทำไมต้องบรรจุขีปนาวุธ ในเมื่อไม่มีใครเห็นมันอยู่แล้ว?) แต่มันก็ดูเหมือนว่า นี่คือแนวคิดในการออกแบบที่จะพัฒนาขึ้นต่อไปในการทดสอบองค์ประกอบต่าง ๆ และการจัดแสดงพาเหรดแสดงแสนยานุภาพครั้งต่อ ๆ ไป

สิ่งที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี 2016 แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือไม่เพียงมุ่งเน้นในเทคโนโลยีขีปนาวุธใหม่เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการส่งขีปนาวุธไปในพื้นที่จริงด้วย

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นี่คือเครื่องยิงขีปนาวุธเครื่องที่สอง และอาจจะมีขีปนาวุธข้ามทวีปแบบใช้เชื้อเพลิงแข็งอยู่ด้วย รถบรรทุกนี้ถูกจัดหามาอย่างผิดกฎหมายจากจีนและมีการนำมาแสดงครั้งแรกในปี 2012 ด้วยการบรรทุกขีปนาวุธ KN-08

ในเดือนกันยายน 2016 เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 3 ลูก ในเดือนมีนาคม 2017 ยิงอีก 4 ลูก การยิงขีปนาวุธหลายลูกพร้อมกันหมายความว่าการตรวจจับและสกัดจะทำได้ยากขึ้น และเป็นความท้าทายต่อ Thaad ซึ่งเป็นระบบต่อต้านขีปนาวุธที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์และกำลังถูกติดตั้งอยู่ในเกาหลีใต้

เกาหลีเหนือมีขีปนาวุธพิสัยไกลไหม?

คำถามที่ดูเหมือนชาวอเมริกันจะให้ความสนใจมากที่สุดคือ เกาหลีเหนือสามารถยิงขีปนาวุธไปถึงชายฝั่งของสหรัฐฯ ได้หรือไม่

เหตุผลหลักในการมีขีปนาวุธข้ามทวีป หรือ ICBM ก็คือการโจมตีด้วยนิวเคลียร์ ไม่มีเหตุผลที่จะติดหัวรบทั่วไปบนขีปนาวุธนี้

เกาหลีเหนือได้นำ ICBM มาจัดแสดงในขบวนพาเหรดตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือไม่เพียงแต่มีขีปนาวุธที่รู้จักกันในชื่อ KN-08 เท่านั้น แต่ยังมีรถบรรทุก TEL ของจีนที่ถูกจัดหามาอย่างผิดกฎหมายด้วย ขีปนาวุธถูกวิจารณ์ว่าเป็น "ของปลอม" ในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป การปรับปรุงขึ้นเรื่อย ๆ ได้ทำให้มันมีความน่าเชื่อถือว่าจะเป็นของจริง การสวนสนามแสดงแสนยานุภาพครั้งล่าสุดดูเหมือนจะแสดง ICBM ที่ใช้เชื้อเพลิงแข็ง 2 ลูก นอกจากที่มีขีปนาวุธ KN-08 ที่ถูกดัดแปลงอย่างมาก

ในปี 2015 เกาหลีเหนือได้เปิดเผย ICBM ที่รู้จักกันในชื่อ KN-14 ส่วนในปี 2016 โฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือได้แสดงให้เห็นภาพและวิดีโอของส่วนประกอบทุกส่วนที่จำเป็นต้องมีในการผลิต ICBM

คนภายนอกเพิกเฉยต่อความสามารถของเกาหลีเหนือมานานหลายสิบปี แต่ควรที่จะให้ความสนใจในการพัฒนาที่สำคัญ 2-3 เรื่อง

อย่างแรก เกาหลีเหนือได้เผยภาพของ คิม จอง-อึน ยืนอยู่ระหว่างขีปนาวุธข้ามทวีป KN-08 และหัวรบที่อ้างว่าเป็นหัวรบนิวเคลียร์ที่จะนำมาติดขีปนาวุธ อย่างที่สอง เกาหลีเหนือได้จำลองสถานการณ์ทดสอบเกราะกันความร้อนสำหรับหัวรบในเดือนเดียวกัน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ระบุถึงความแตกต่างระหว่าง พาหนะนำส่งขีปนาวุธออกนอกชั้นบรรยากาศโลก กับ ICBM

ICBM ออกจากชั้นบรรยากาศโลกเหมือนกับพาหนะนำส่งขีปนาวุธออกนอกชั้นบรรยากาศโลก แต่หัวรบของ ICBM ต้องกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกโดยไม่ได้รับความเสียหาย ดังนั้น การจำลองสถานการณ์ช่วยทำให้มั่นใจว่า หัวรบจะทนทานต่อความร้อนและความกดดันในการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศได้

นอกจากนี้ วิศวกรเกาหลีเหนือได้ทดสอบการทำวิศวกรรมย้อนรอยเครื่องยนต์ โซเวียต R-27 เพื่อที่จะได้เพิ่มจำนวนขึ้นเป็นสองเท่า และมีข้อบ่งชี้หลายอย่างว่าได้เปลี่ยนไปใช้เชิงเพลิง "ที่มีพลัง" มากขึ้น การทดสอบเครื่องยนต์ในเดือนเมษายน 2016 แสดงให้เห็นว่ามีเปลวไฟโปร่งใสสีชมพูอมม่วง แทนที่จะเป็นเปลวไฟสีเหลืองที่นักวิเคราะห์คุ้นเคยจากการเห็นจากเครื่องยนต์ของขีปนาวุธสกั๊ด

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ คิม จอง-อึน มีท่าทางที่เหมือนกำลังตรวจสอบเกราะป้องกันหัวรบ หลังจากผ่านการทดสอบจำลองกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก

ถ้าสีของเปลวไฟบ่งบอกได้ว่ามีการเชื้อเพลิงที่ให้พลังงานมากขึ้น นั่นหมายความว่าขีปนาวุธ ICBM ของเกาหลีเหนือไม่เพียงแต่ทำให้รัฐอะแลสกาและฮาวายตกอยู่ในความเสี่ยงเท่านั้น แต่ยังทำให้กรุงวอชิงตัน ดีซี ของสหรัฐฯ และกรุงลอนดอนของอังกฤษ มีความเสี่ยงด้วย โดยการใช้เชื้อเพลิงที่ดีขึ้น ทำให้เกาหลีเหนือสามารถยิงขีปนาวุธได้ไกลขึ้น

เมื่อไหร่เกาหลีเหนือจะทดสอบ ICBM? คำตอบของคำถามนี้คือ เมื่อเหมาะและพร้อมจะทดสอบ

ICBM ที่ใช้เชื้อเพลิงแข็ง 2 ลูก ปรากฏอยู่ในพาเหรดมาเป็นเวลาหลายปีโดยไม่มีการทดสอบ แต่ แท ยอง-โฮ เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สถานทูตเกาหลีเหนือในอังกฤษซึ่งแปรพักตร์ บอกว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือตั้งเป้าจะพัฒนา ICBM หนึ่งลูกให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2017 หรือต้นปี 2018 แต่การทดสอบ และ "การเสร็จสมบูรณ์" เป็นคนละเรื่องกัน

ดูเหมือนว่า เกาหลีเหนือจะทดสอบขีปนาวุธ KN-08 ซึ่งเป็น ICBM ภายในกรอบเวลานี้ เพราะคาดว่าเข้าใกล้การเสร็จสมบูรณ์มากที่สุด

แต่เกาหลีเหนือก็น่าจะล้มเหลวหลายครั้ง ก่อนที่จะนำขีปนาวุธไปใช้งานได้จริง