ผลวิเคราะห์ใหม่ย้ำ ซากเอ็มเอช 370 อาจอยู่ตอนเหนือของเขตค้นหา

ภาพนี้แสดงให้เห็นชิ้นส่วนปีกที่เรียกว่าแฟลเปอรอน ทั้งของจริงและของเทียม ในการวิเคราะห์ทิศทางที่วัตถุลอยตามคลื่นน้ำ Image copyright ATSB
คำบรรยายภาพ ภาพนี้แสดงให้เห็นชิ้นส่วนปีกที่เรียกว่าแฟลเปอรอน ทั้งของจริงและของเทียม ในการวิเคราะห์ทิศทางที่วัตถุลอยตามคลื่นน้ำ

นักวิทยาศาสตร์ออสเตรเลีย เสนอหลักฐานใหม่ ชี้ว่า มีความเป็นไปได้สูง ที่ซากเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 อาจจมอยู่ภายในพื้นที่ 25,000 ตารางกิโลเมตร ทางตอนเหนือของบริเวณค้นหาหลัก ทางตอนล่างของมหาสมุทรอินเดีย

ผลการศึกษานี้ มาจากการทดสอบที่นักวิทยาศาสตร์ขององค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพ หรือ CSIRO ซึ่งตั้งอยู่ในออสเตรเลีย นำชิ้นส่วนปีกจริงของเครื่องบินโบอิ้ง 777 มาวิเคราะห์ตามดริฟท์โมเดล หรือทิศทางที่วัตถุลอยตามคลื่นน้ำเป็นครั้งแรก และเป็นข้อเสนอ ที่สนับสนุนรายงานที่ถูกเผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ดร.เดวิด กริฟฟิน จาก CSIRO กล่าวว่า 'การทดสอบ ด้วยชิ้นส่วนแฟลเปอรอน ของจริง ได้ช่วยเพิ่มความมั่นใจในข้อสรุปจากการวิเคราะห์ด้วยดริฟท์โมเดลก่อนหน้านี้' โดยการวิเคราะห์ครั้งก่อนหน้านี้ ใช้แฟลเปอรอนเทียม ที่จำลองมาจากชิ้นส่วนที่พบบริเวณเกาะเรอูนอง

ดร.กริฟฟิน กล่าวว่า 'เราพบว่า แฟลเปอรอน ของจริง ลอยไปทางซ้ายประมาณ 20 องศา และเคลื่อนที่เร็วกว่าแบบจำลองตามที่เราคาดเดาเอาไว้' ซึ่งผลที่ได้นี้ 'ทำให้เข้าใจได้ว่า เหตุใดชิ้นส่วนแฟลเปอรอน ถึงลอยไปติดเกาะเรอูนียง เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2015'

อย่างไรก็ตาม เมื่อปีที่ผ่านมา นายดาร์เรน เชสเตอร์ รัฐมนตรีคมนาคมออสเตรเลีย เคยกล่าวว่า รายงานที่เผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคม จะไม่ถูกนำมาใช้เป็นพื้นฐานข้อมูลการค้นหาใหม่ เนื่องจากไม่ได้ระบุตำแหน่งที่ชัดเจนของซากเครื่องบิน และในการแถลงวันนี้ เขายังคงกล่าวย้ำจุดยืนเดิม แต่ระบุว่าได้ส่งรายงานไปให้มาเลเซียพิจารณาแล้ว เนื่องจาก 'มาเลเซียเป็นผู้นำในการสืบสวน และออสเตรเลีย จะพิจารณาคำร้องขอ เกี่ยวกับการค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ก็ต่อเมื่อมาเลเซียพิจารณา'

เที่ยวบินเอ็มเอช 370 หายไปเมื่อปี 2014 ระหว่างบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ไปยังกรุงปักกิ่ง พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน โดยออสเตรเลีย มาเลเซีย และจีน ได้ประกาศยุติการค้นหาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง