เลอ เปน ลาออกจากตำแหน่งผู้นำพรรคขวาจัด

นางมารีน เลอ เปน ไม่ต้องการผูกติดกับภาพลักษณ์ของพรรคขวาจัด ซึ่งจะส่งผลต่อการลงคะแนนเสียงครั้งต่อไปได้ Image copyright LIONEL BONAVENTURE/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ นางมารีน เลอ เปน ไม่ต้องการผูกติดกับภาพลักษณ์ของพรรคขวาจัด ซึ่งจะส่งผลต่อการลงคะแนนเสียงครั้งต่อไปได้

นางมารีน เลอ เปน ลาออกจากตำแหน่งประธานพรรคแนวร่วมแห่งชาติ เพื่อมุ่งคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบชี้ขาด

นางมารีน เลอ เปน หนึ่งในผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสสองคนซึ่งมีคะแนนสูงสุด และได้เข้ารอบไปชิงชัยในการเลือกตั้งรอบชี้ขาดเดือนหน้า ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานพรรคแนวร่วมแห่งชาติแล้ว เพื่อไม่ให้ผู้ออกเสียงเลือกตั้งยึดติดกับการเป็นตัวแทนพรรคขวาจัดของเธอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกลงคะแนนเสียงในครั้งต่อไปได้

นางเลอ เปน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟรานซ์ 2 ของฝรั่งเศสว่า การตัดสินใจดังกล่าวมาจากการไตร่ตรองอย่างลึกซึ้ง ว่าผู้ที่อยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีนั้น จะต้องสามารถรวบรวมผู้คนทั่วทั้งประเทศเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกันได้ และนับแต่นี้ต่อไป เธอไม่ได้เป็นผู้นำของพรรคแนวร่วมแห่งชาติอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของฝรั่งเศส

ผู้สื่อข่าวบีบีซีที่กรุงปารีสรายงานว่า การตัดสินใจของนางเลอ เปน มีขึ้นเพื่อขยายฐานเสียงของตน โดยต้องการซื้อใจบรรดาผู้ลงคะแนนให้กับผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนอื่น ๆ ที่ตกรอบไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มผู้ลงคะแนนให้นายฟรองซัวส์ ฟิยง ซึ่งมีฐานเสียงสนับสนุนอยู่มากพอสมควร อย่างไรก็ตาม ถ้อยคำภาษาฝรั่งเศสที่นางเลอ เปน ใช้ในการประกาศลาออกครั้งนี้ บ่งชี้เป็นนัยว่าการลาออกอาจมีขึ้นเป็นการชั่วคราวเท่านั้น

แม้ผลการสำรวจคะแนนเสียงล่วงหน้าจากหลายสำนักจะยกให้นายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครจากพรรคการเมืองใหม่แนวเสรีนิยมสายกลาง เป็นผู้มีแต้มต่อเหนือนางเลอ เปน ในการเลือกตั้งรอบชี้ขาด แต่นางเลอ เปน ก็ยังคงประกาศว่าตนมีโอกาสชนะการเลือกตั้งได้

ทั้งนี้ นางเลอ เปน สืบทอดตำแหน่งผู้นำพรรคแนวร่วมแห่งชาติจากบิดา เมื่อปี 2011 และได้รับ 7.6 ล้านคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดที่ผู้สมัครจากพรรคของเธอเคยได้รับ

นางเลอ เปน มีแนวนโยบายตัดลดจำนวนการรับผู้อพยพ และต้องการเนรเทศคนเข้าเมืองผิดกฎหมายในทันที เธอยังต้องการยกเลิกข้อตกลงการค้าเสรี และปรับปรุงความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป ซึ่งอาจรวมถึงการนำฝรั่งเศสออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปด้วย