ชาวจีนโกรธรัฐบาล หลังเห็นภาพมลภาวะจากกรด

ภาพถ่ายทางอากาศที่แสดงให้เห็นมลภาวะกระจายเป็นวงกว้างจากแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมทางตอนเหนือของจีน
คำบรรยายภาพ ภาพถ่ายทางอากาศแสดงให้เห็นมลภาวะกระจายเป็นวงกว้างจากแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมทางตอนเหนือของจีน

ภาพถ่ายจากโดรนที่ถูกเปิดเผยโดยศูนย์บริการอาสาสมัครฉงฉิ่ง เหลียงเจียง แสดงให้เห็นบ่อน้ำสีแดงเข้มและสีสนิม อยู่ทางตอนเหนือของหมู่บ้านหนานเฉาฟู่ มณฑลเหอเป่ย ซึ่งเอ็นจีโออ้างผลการทดสอบเบื้องต้นว่า น้ำเสียในบ่อเหล่านี้ มีสภาพความเป็นกรดสูงมาก

เอ็นจีโอระบุด้วยว่า บ่อมลภาวะถูกทิ้งอยู่ในบริเวณนี้มาหลายปี จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะทำให้น้ำบาดาลปนเปื้อนด้วย

ตามรายงานพบบ่อมลภาวะรวม 3 บ่อ ครอบคลุมพื้นที่ 350,000 ตารางเมตร โดย 2 บ่อใหญ่ที่สุด อยู่ห่างกัน 500 เมตรในเขตหนานเฉาฟู่ ส่วนบ่อที่ 3 อยู่ในเขตสีไฉ่ซ่วงของเมืองเทียนจิน ซึ่งเป็นพื้นที่รอบนอกใกล้กรุงปักกิ่ง

นอกจากนี้ อาสาสมัครยังให้ข้อมูลกับสื่อจีนว่า พบพื้นที่แหล่งมลภาวะในมณฑลอื่นๆ ด้วย

ภาพที่กลุ่มเอ็นจีโอนำมาเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้สร้างความโกรธเคืองในหมู่สาธารณชนชาวจีนมาก โดยผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์คนหนึ่งเขียนว่า "เป็นภาพที่น่าตกใจมาก รัฐไม่ทำอะไรเลย ฉันโกรธมาก"

ส่วนอีกรายระบุว่า ป้าของฉันมาจากเขตนั้นในมลฑณเหอเป่ย เธอเสียชีวิตจากมะเร็งเมื่อ 2 ปีก่อน หลานชายกำลังเป็นมะเร็ง และแม่ยายของเธอก็เป็นมะเร็งด้วย "ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว รัฐบาลต้องจัดหาสภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัยให้เรา"

ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า สารปนเปื้อนที่พบมีแหล่งที่มาจากไหน แต่ทางการท้องถิ่นได้ออกมารับมือกับความโกรธเคืองของประชาชนอย่างรวดเร็ว และสั่งให้มีการสอบสวนแล้ว

คำบรรยายภาพ บ่อน้ำมลพิษที่มีค่าความเป็นกรดสูงในมณฑลเหอเป่ย

ด้านเมืองเทียนจีนส่งเจ้าหน้าที่ไปทำความสะอาดบ่อมลภาวะ และสัญญาว่าจะกำจัดปัญหานี้ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความโกรธเคืองของประชาชนลดลงมากนัก

ส่วนมณฑลเหอเป่ยโทษประชาชนในพื้นที่ว่าเป็นผู้ก่อมลภาวะละเมิดกฎหมาย นำขยะที่เป็นกรดมาทิ้งติดต่อกันนานหลายปี และยังระบุด้วยว่าเคยจับผู้ต้องสงสัยได้เมื่อปี 2013 ซึ่งผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้ตั้งคำถามกลับว่าหากจับผู้ต้องสงสัยได้นานแล้ว เหตุใดจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงและที่ดินบริเวณดังกล่าวก็ยังเต็มไปด้วยมลภาวะ

ผู้สื่อข่าวที่ลงพื้นที่ในหมู่บ้านหนานเฉาฟู่ ได้รับคำบอกเล่าจากชาวบ้านว่าชีวิตของพวกเขาได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมลภาวะ และอ้างว่าอัตราการเกิดมะเร็งกำลังเพิ่มขึ้น รวมถึงช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาหลายปีนี้ พบว่ามีกลิ่นเหม็นลอยมาด้วย ซึ่งชาวบ้านที่นี่จะไม่ดื่มน้ำจากบ่อบาดาล แต่จะซื้อน้ำ หรือเดินทาง 5 กิโลเมตรไปตักน้ำจากเขตที่อยู่ติดกัน

รายงานประจำปีที่กระทรวงสิ่งแวดล้อมจีนเผยแพร่ในสัปดาห์นี้ ระบุว่า มาตรฐานคุณภาพน้ำในบางพื้นที่ทางตอนเหนือของจีน ลดลงตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งหนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ รายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายเฉิน จี๋หนิง รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมจีนว่า จากการเก็บตัวอย่างน้ำ พบว่ามีร้อยละ 36.3 ของพื้นที่อุตสาหกรรมหนักและดินโดนรอบที่ไม่ได้มาตรฐานของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม นายเฉินกล่าวว่า สถานการณ์มลภาวะในอากาศ น้ำ และดินของจีนโดยรวมเมื่อปี 2016 ถือว่าดีขึ้น

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เขตเสียงอั้น กำลังจะกลายเป็นพื้นที่โครงการพัฒนาเมืองขนาดใหญ่

หนึ่งในปัญหาที่สาธารณะชนชาวจีนห่วงกังวลคือบ่อมลภาวะทั้ง 3 แห่ง อยู่ห่างไม่ถึง 100 เมตร จากเขตเสียงอั้นที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจเฉพาะของมณฑลเหอเป่ย

ตามแผนพัฒนาดังกล่าว เขตเศรษฐกิจเฉพาะจะช่วยให้เกิดการลงทุน โดยทำหน้าที่เป็นส่วนต่อขยายของกรุงปักกิ่งที่ใหญ่เทียบเท่าเขตปูตงของนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งตัวแทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเหอเป่ย กล่าวว่า จะเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาเชิงนิเวศน์วิทยาก่อน และจะสร้างพื้นที่สีเขียว ป่าที่สงบร่มเย็น และมีน้ำสะอาด

แต่ที่ผ่านมา มณฑลเหอเป่ยกลับมีชื่อเสียงเรื่องระดับมลภาวะติดต่อกันหลายปี ทำให้ประชาชนตั้งคำถามว่า รัฐบาลจีนทำถูกต้องแล้วหรือไม่ ที่จะเริ่มพัฒนาเขตใหม่ ทั้งที่ยังไม่สามารถทำให้เขตเดิมที่มีอยู่แล้วสะอาดได้ และยังมีข้อสงสัยด้วยว่า จะมีการนำมาตรการปกป้องสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นมาใช้กับโครงการใหม่หรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง