เปิดงบทหารโลก ปี 2016 สหรัฐฯ ครองแชมป์

รถถังสหรัฐฯ Image copyright Getty Images

สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม (SIPRI) เผยแพร่รายงานประมาณการใช้จ่ายด้านการทหารของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว พบมีวงเงินรวมกันราว 1.686 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 58.8 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 0.4% โดย 15 ประเทศที่ใช้จ่ายงบด้านนี้สูงสุดรวมกันเป็น 81% ของงบการทหารทั้งโลก ขณะที่ 2 ชาติมหาอำนาจสหรัฐฯ และจีนมีงบการทหารสูงสุดตามลำดับ

โดยงบด้านการทหารของสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ 611,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1 ใน 3 ของงบการทหารทั้งโลก และคิดเป็นประมาณเกือบ 3 เท่าของงบการทหารของจีนซึ่งรั้งอันดับสอง โดย SIPRI คาดว่าจีนใช้งบด้านนี้ 215,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 7.5 ล้านล้านบาท คิดเป็น 13% ของงบการทหารทั้งโลก ส่วนรัสเซียเพิ่มงบด้านการทหารอย่างเกินความคาดหมายในช่วงปลายปี 2016 จนเป็นประเทศที่ใช้งบด้านนี้มากเป็นอันดับสาม ตามมาด้วยซาอุดีอาระเบียที่ปรับลดงบการทหารลงจำนวนมากจนตกมาอยู่ในอันดับที่ 4 ส่วนอินเดียอันดับที่ 5

15 ประเทศแรกที่ใช้จ่ายด้านการทหารสูงสุด ปี 2016
อันดับ ประเทศ งบการทหารปี 2016 (พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) งบการทหารปี 2016 เทียบกับปี 2007 (%) สัดส่วนงบการทหารของทั้งโลก (%)
1 สหรัฐฯ 611 -4.8 36
2 จีน [215] 118 [13]
3 รัสเซีย 69.2 87 4.1
4 ซาอุดีอาระเบีย [63.7] 20 [3.8]
5 อินเดีย 55.9 54 3.3
6 ฝรั่งเศส 55.7 2.8 3.3
7 สหราชอาณาจักร 48.3 -12 2.9
8 ญี่ปุ่น 46.1 2.5 2.7
9 เยอรมนี 41.1 6.8 2.4
10 เกาหลีใต้ 36.8 35 2.2
11 อิตาลี 27.9 -16 1.7
12 ออสเตรเลีย 24.6 29 1.5
13 บราซิล 23.7 18 1.4
14 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์* [22.8] 123* [1.3]
15 อิสราเอล 18.0 19 1.1
รวม 15 ประเทศ 1,360 81
ยอดรวมทั้งโลก 1,686 14 100
[ ] = SIPRIประมาณการ *ข้อมูลของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถึงปี 2014 และเปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้นของงบประมาณเทียบระหว่างปี 2007 กับ 2014

ที่มา: สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม (SIPRI)

ทั้งนี้ ไม่เฉพาะซาอุดีอาระเบียที่ต้องลดงบการทหารลง แต่ปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำส่งผลให้ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหลายประเทศที่เคยเพิ่มการใช้จ่ายด้านการทหารในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ต้องต้องปรับลดงบประมาณทุกด้าน รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการทหารด้วย

SIPRI ระบุด้วยว่างบการทหารของสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้น 1.7% จากปีก่อนหน้า ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะเมื่อปี 2013 และ 2015 สหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมายผ่อนคลายข้อจำกัดด้านงบประมาณที่เคยบังคับใช้ในปี 2011

งบการทหารทั่วโลกปี 2016

1.686

ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

  • 2.2% ของจีดีพีโลก

  • 36% เป็นของสหรัฐฯ

  • เพิ่ม 0.4% จากปีก่อนหน้า

  • 81% เป็นของ 15 ชาติแรกที่ใช้งบการทหารสูงสุด

Reuters

จากข้อมูลของ SIPRI พบว่าในส่วนของชาติสมาชิกอาเซียนไม่รวมลาวและเมียนมา มีสัดส่วนงบด้านการทหารรวมกันในปีที่แล้ว 37,872 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท หรือราว 2.2% ของทั้งโลก โดยสิงคโปร์ซึ่งรั้งอันดับ 1 ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ใช้จ่ายงบการทหารที่ 9,986 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 348,400 ล้านบาท คิดเป็น 17.3% ของงบประมาณทั้งหมดของรัฐบาล และคิดเป็น 3.4% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ตามมาด้วยอินโดนีเซียใช้จ่ายไป 7,783 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 271,500 ล้านบาท คิดเป็น 5.2% ของงบประมาณรัฐบาล และ 0.9% ของจีดีพี

งบการทหารของชาติในอาเซียนไม่รวมเมียนมาและลาวปี 2016
อันดับ ประเทศ งบการทหารปี 2016(ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) งบการทหารปี 2016 เทียบกับปี 2007(%) สัดส่วนงบการทหารต่อจีดีพี(%) สัดส่วนงบการทหารต่อ งบรัฐบาล(%)
1 สิงคโปร์ 9,986 12 3.4 17.3
2 อินโดนีเซีย 7,783 113 0.9 5.2
3 ไทย 6,047 43 1.5 6.5
4 เวียดนาม 5,005 82 2.4 8.2
5 มาเลเซีย 4,295 1 1.4 5.8
6 ฟิลิปปินส์ 3,990 42 1.3 6.5
7 บรูไน 405 8 3.8 9.4
8 กัมพูชา 361 201 1.8 8.2

ที่มา: สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม (SIPRI)

โดยสิงคโปร์ ครองสัดส่วนงบการทหารในบรรดาชาติอาเซียนไม่รวมเมียนมาและลาวสูงสุดที่ 26% ตามมาด้วยอินโดนีเซีย 21% ไทย 16% และเวียดนาม 13%

ส่วนไทยใช้งบด้านการทหารเมื่อปีที่แล้วประมาณ 211,000 ล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์และอินโดนีเซีย งบการทหารของไทยเมื่อปีที่แล้ว มีสัดส่วน 6.5% ของงบประมาณโดยรวม หรือราว 1.5% ของจีดีพี โดยไทยปรับเพิ่มงบการทหารติดต่อกันเป็นปีที่ 5

เปิดงบกองทัพไทย

1.77 ล้านล้านบาท

คืองบการทหารระหว่างปี 2007-2016

  • 2.11 แสนล้านบาท คืองบการทหารของไทยในปี 2016

  • 5 ปี ที่งบการทหารไทยเพิ่มขึ้นติดต่อกัน

  • อันดับ 3 ของชาติอาเซียนที่ใช้งบการทหารสูงสุด

  • 16% ของงบการทหารในอาเซียนปี 2016 เป็นของไทย

GETTY IMAGES

SIPRI ชี้ว่าแต่ละภูมิภาคมีแนวโน้มและรูปแบบการใช้จ่ายด้านการทหารที่แตกต่างกันออกไป โดยเอเชีย โอเชียเนีย ยุโรป แอฟริกาเหนือ และอเมริกาเหนือ ใช้งบการทหารเพิ่มขึ้น ส่วนภูมิภาคที่ใช้งบลดลงได้แก่อเมริกาใต้ อเมริกากลาง คาริบเบียน และตะวันออกกลางเมื่อพิจารณาเฉพาะข้อมูลที่ได้มาจากประเทศในภูมิภาคนี้