สัมพันธ์สามเส้า สหรัฐฯ-จีน-ไต้หวัน: ทำไมทรัมป์เปลี่ยนท่าที?

ทรัมป์ Image copyright Getty Images

สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีที่กำลังตึงเครียดขึ้นทุกขณะ กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ รักษาระยะห่างจากไต้หวันมากขึ้น ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า ตนมีความสัมพันธ์อันดีกับประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง และจะถามความเห็นของผู้นำจีนก่อนที่จะมีการต่อสายโทรศัพท์พูดคุยกับผู้นำไต้หวันอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ เคยท้าทายจีนด้วยการต่อโทรศัพท์พูดคุยโดยตรงกับประธานาธิบดีไช่ อิง เหวิน ของไต้หวัน เพื่อหารือถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างสองฝ่าย ทว่าล่าสุดนายทรัมป์กลับแสดงท่าทีหมางเมินเมื่อผู้นำไต้หวันส่งสัญญาณอยากให้มีการพูดคุยทางโทรศัพท์กันอีกครั้ง โดยระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ นายทรัมป์ กล่าวว่าตนไม่ต้องการสร้างปัญหาความขัดแย้งกับประธานาธิบดีสี เรื่องไต้หวัน ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่สุดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐบาลจีนแสดงท่าทีจะยื่นมือให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ ควบคุมเกาหลีเหนือ

"ผมได้สร้างมิตรภาพที่แน่นแฟ้นกับประธานาธิบดีสี ผมรู้สึกว่าเขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยเราในสถานการณ์ใหญ่ ๆ" นายทรัมป์ บอกกับรอยเตอร์ ถึงเรื่องที่จีนส่งสัญญาณจะช่วยให้รัฐบาลเกาหลีเหนือล้มเลิกการทดสอบขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์

"ดังนั้นผมเลยไม่อยากมีปัญหากับเขาในตอนนี้ เขาเป็นเพื่อน ผมคิดว่าเขาทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมในฐานะผู้นำและผมไม่อยากทำอะไรที่เป็นการขัดขวางการทำหน้าที่ของเขา ผมเลยอยากจะถามเขาเสียก่อน" นายทรัมป์กล่าว

Image copyright Getty Images

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังกล่าวชมประธานาธิบดีสี เรื่องการรับมือกับเกาหลีเหนือ โดยเรียกผู้นำจีนว่า "เป็นคนดีมาก" และรักประเทศของตน นายทรัมป์กล่าวว่า อยากแก้วิกฤตเกาหลีเหนือด้วยวิธีทางการทูต แต่ก็เป็น "เรื่องยาก" และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิด "ความขัดแย้งครั้งใหญ่หลวง" กับเกาหลีเหนือ

หลังจากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี นายทรัมป์ได้รับโทรศัพท์แสดงความยินดีจากประธานาธิบดีไช่ ของไต้หวันเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้เกิดความกังขาในเรื่องนโยบาย "จีนเดียว" ที่สหรัฐฯ ยึดถือมายาวนาน เพราะถือเป็นครั้งแรกที่ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ พูดคุยกันโดยตรงกับผู้นำไต้หวัน หลังจากสหรัฐฯ ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันเมื่อปี 2522

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ทำไมความสัมพันธ์ระหว่างจีน ไต้หวันและสหรัฐฯ ถึงได้ซับซ้อนยุ่งเหยิง

การพูดคุยโทรศัพท์ครั้งนั้นของนายทรัมป์กับ น.ส.ไช่ สร้างความไม่พอใจให้แก่รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ที่ถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของตน โดยนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียง "อุบายตื้น ๆ" ของไต้หวัน ซึ่งเขาเชื่อว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ ต่อจีน เพราะนโยบายจีนเดียวเป็นเสาหลักของการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ราบรื่นระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และจีนหวังว่าเสาหลักทางการเมืองนี้จะไม่ถูกแทรกแซง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา นายทรัมป์ ได้ให้การยอมรับนโยบายจีนเดียว และให้การต้อนรับประธานาธิบดีสีที่เดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือน เม.ย.

Image copyright Getty Images

ด้านทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน แถลงหลังจากนายทรัมป์แสดงท่าทีเหินห่างต่อข้อเสนอเรื่องพูดคุยโทรศัพท์โดยตรงกับประธานาธิบดีไช่ว่า ไต้หวันยังไม่มีแผนการที่จะต่อสายตรงถึงนายทรัมป์ในตอนนี้ และเข้าใจดีว่าสหรัฐฯ มีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องจัดการในภูมิภาคนี้

ขณะที่นางไช่ บอกกับรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ กำลังดำเนินไปด้วยดี และไต้หวันอาจจำเป็นต้องซื้อเครื่องบินรบจากสหรัฐฯ ซึ่งนั่นทำให้มีโอกาสที่จะได้พูดคุยโดยตรงกับรัฐบาลสหรัฐฯ ไต้หวันไม่ละเลยโอกาสที่จะต่อสายตรงถึงนายทรัมป์เอง แต่ต้องขึ้นกับสถานการณ์และความคิดเห็นของสหรัฐฯ ต่อกิจการในภูมิภาค

ขณะที่กระทรวงกลาโหมจีนยืนกรานว่าจะคัดค้านเต็มที่ไม่ให้ประเทศใดขายอาวุธให้ไต้หวัน