กลุ่มสิทธิฯ ไม่พอใจทรัมป์เชิญดูแตร์เตเยือนสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต (ขวา) ได้รับคำเชิญทางโทรศัพท์จากผู้นำสหรัฐฯเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต (ขวา) ได้รับคำเชิญทางโทรศัพท์จากผู้นำสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์เชิญประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ให้ไปเยือนทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอทช์ได้ออกแถลงการณ์ตำหนิการกระทำดังกล่าว ว่าเท่ากับยอมรับและสนับสนุนการล่าสังหารนอกกฎหมายในสงครามปราบยาเสพติดของประธานาธิบดีดูแตร์เต ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 7,000 คนในหนึ่งปี

นายจอห์น ซิฟตัน ผู้แทนของฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า การที่นายทรัมป์แสดงออกอย่างเปิดเผยว่าสนับสนุนประธานาธิบดีดูแตร์เต ทำให้เขาจะต้องมีส่วนรับผิดชอบทางศีลธรรม ต่อการล่าสังหารโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกคำเชิญประธานาธิบดีดูแตร์เต โดยไม่ผ่านการปรึกษาหารือกับกระทรวงการต่างประเทศและสภาความมั่นคงแห่งชาติเสียก่อน ซึ่งต่างจากการทูตในสมัยของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งได้ยกเลิกการพบปะกับผู้นำฟิลิปปินส์ไปเมื่อปีที่แล้ว หลังนายดูแตร์เตเรียกอดีตผู้นำสหรัฐฯ ว่าเป็น "ลูกโสเภณี" เนื่องจากไม่พอใจที่นายโอบามาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดของตน

ก่อนหน้านี้ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงว่า นายทรัมป์ได้เชิญนายดูแตร์เตมาเพื่อหารือถึงความสำคัญของความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ และฟิลิปปินส์ ซึ่งปัจจุบันกำลังดำเนินไปในทางบวก โดยผู้นำทั้งสองประเทศได้สนทนาทางโทรศัพท์กันอย่างเป็นมิตรอย่างยิ่ง แต่ยังไม่ได้กำหนดวันเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของนายดูแตร์เตที่แน่นอน

แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลสหรัฐฯ บอกกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการกระชับความสัมพันธ์กับฟิลิปปินส์เพื่อยับยั้งการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนในน่านน้ำทะเลจีนใต้ นอกจากนี้ยังต้องการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในภูมิภาคเอเชียเพื่อรับมือกับปัญหาเกาหลีเหนือ โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายทรัมป์ยังได้โทรศัพท์หารือกับผู้นำไทยและผู้นำสิงคโปร์ รวมทั้งเชิญผู้นำทั้งสองประเทศเยือนทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เช่นเดียวกันด้วย