ลมร้อนเหมือนไดร์เป่าผม เร่งน้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลายเร็วขึ้น

พบหลุมน้ำขังจำนวนมากซึ่งเกิดจากการละลายที่พื้นผิวของชั้นน้ำแข็งลาร์เซน ซี (Larsen C) Image copyright BAS
คำบรรยายภาพ พบหลุมน้ำขังจำนวนมากซึ่งเกิดจากการละลายที่พื้นผิวของชั้นน้ำแข็งลาร์เซน ซี (Larsen C)

องค์กรสำรวจทวีปแอนตาร์กติกาแห่งอังกฤษ (BAS) รายงานว่าแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมคาบสมุทรแอนตาร์กติกทางตะวันออก โดยเฉพาะชั้นน้ำแข็งลาร์เซน ซี ถูกเร่งให้ละลายเร็วยิ่งขึ้น จากการถูกลมร้อน "โฟเอห์น" (Foehn) ซึ่งแปลว่า "ไดร์เป่าผม" ในภาษาเยอรมัน พัดเข้าละลายผิวหน้าจนเกิดเป็นหลุมน้ำขังจำนวนมากในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

เดิมชื่อ "โฟเอห์น" นั้นใช้เรียกลมที่ร้อนและแห้งชนิดหนึ่งในเทือกเขาแอลป์ของยุโรป โดยลมชนิดนี้จะพัดลงมาจากยอดเขา ทำให้อุณหภูมิเบื้องล่างสูงขึ้น รวมทั้งความชื้นในอากาศลดลง ซึ่งปรากฏการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นในทวีปแอนตาร์กติกา จนทำให้อากาศเหนือชั้นน้ำแข็งซึ่งปกติมีอุณหภูมิติดลบ 14 องศาเซลเซียสโดยเฉลี่ยในฤดูใบไม้ผลิ กลับมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าจุดเยือกแข็ง

จากการสำรวจข้อมูลย้อนหลังระหว่างปี 2009-2012 พบว่าในแต่ละปีมีลมร้อนชนิดนี้พัดมาถึงกว่า 200 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงเกินคาด ทำให้ผิวหน้าของชั้นน้ำแข็งละลายตัวเกิดเป็นหลุมน้ำขังจำนวนมาก ซึ่งน้ำจากหลุมน้ำขังนี้สามารถซึมลงเบื้องล่างของชั้นน้ำแข็งและทำเกิดรอยแยก ซึ่งจะเร่งการแตกตัวและพังทลายของแผ่นน้ำแข็งใหญ่ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าเดิม

Image copyright ESA
คำบรรยายภาพ ชั้นน้ำแข็งลาร์เซน บี ปกคลุมไปด้วยหลุมน้ำขังที่เกิดจากน้ำแข็งละลายนับพันแห่ง ก่อนจะพังทลายลงเมื่อปี 2002

ปรากฎการณ์ลมร้อนดังกล่าวสร้างความกังวลในหมู่นักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาขั้วโลกใต้และทวีปแอนตาร์กติกาว่า ชั้นน้ำแข็งสำคัญที่อยู่ทางตะวันออกของคาบสมุทรแอนตาร์กติก เช่นชั้นน้ำแข็งลาร์เซน ซี ซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งกว่า 5,000 ตารางกิโลเมตรกำลังใกล้จะแตกออกและหลุดลอยสู่มหาสมุทร จะยิ่งได้รับผลกระทบจนเกิดการละลายตัวและพังทลายเร็วยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับชั้นน้ำแข็งลาร์เซน เอ และ ลาร์เซน บี ซึ่งพังทลายไปก่อนหน้าแล้วเมื่อปี 1995 และปี 2002 ตามลำดับ โดยก่อนที่ชั้นน้ำแข็งลาร์เซน บี จะพังทลายลงนั้น พบว่ามีหลุมน้ำขังที่พื้นผิวเกิดขึ้นนับพันแห่งเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง