คู่ชิงเลือกตั้ง ปธน.ฝรั่งเศส ปะทะเดือดในศึกโต้อภิปรายทางทีวี

ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสร่วมการโต้อภิปรายทางโทรทัศน์ Image copyright ERIC FEFERBERG/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสร่วมการโต้อภิปรายทางโทรทัศน์

ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสทั้ง 2 คนแลกเปลี่ยนวาทะกันอย่างดุเดือดระหว่างรายการโต้อภิปรายทางโทรทัศน์ ในช่วงสำคัญของการรณรงค์หาเสียงที่ต่อสู่กันมาหลายเดือน

นายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครสายกลางกล่าวว่า นางมารีน เลอเปน คู่แข่งซึ่งมีนโยบายขวาจัด ใช้กลยุทธ "โกหก" ในขณะที่นางเลอเป็น เรียกนายมาครงว่า เป็น "ลูกรักของระบบ ที่ไร้ยางอาย"

ขณะนี้ ผลสำรวจชี้ว่านายมาครง มีคะแนนนิยมลดลงมาเล็กน้อย แต่ยังคงเป็นผู้นำอย่างขาดลอย ซึ่งเป้าหมายสำหรับผู้สมัครทั้ง 2 คน คือต้องเอาชนะใจผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งอีกร้อยละ 18 ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะสนับสนุนใครในการเลือกตั้งฝรั่งเศสวันอาทิตย์นี้ โดยเป็นครั้งแรก ที่ผู้สมัครทั้ง 2 คน ไม่ได้มาจากพรรคการเมืองหลัก

การโต้อภิปรายทางโทรทัศน์ เป็นไปอย่างดุเดือดแทบจะตลอดรายการ 160 นาที โดยนางเลอเปน เรียกคู่แข่งวัย 39 ปีของเธอว่า 'เป็นผู้สมัครที่สนับสนุนโลกาภิวัฒน์ที่ป่าเถือน' ซึ่งยินดีที่จะขายทรัพย์สินของฝรั่งเศส และสละอำนาจการควบคุมประเทศ

ในทางกลับกัน นายมาครง กล่าวหาผู้สมัครคู่แข่งวัย 48 ปี ผู้นำพรรคแนวร่วมแห่งชาติว่าเป็น 'ผู้นำแห่งความกลัว' พูดมากแต่ 'ไม่มีข้อเสนอแนะอะไรเลย'

ประเด็นที่ถกเถียงกันมีอะไรบ้าง

เศรษฐกิจและการจ้างงาน

นายมาครงยอมรับว่า ฝรั่งเศสผิดพลาดเรื่องการแก้ปัญหาอัตราการว่างงานมานาน 30 ปี และเสนอทางออกว่า บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กควรได้รับโอกาสในการสร้างตำแหน่งงาน และมีความยืดหยุ่นกว่าที่เป็นอยู่

ด้านเลอเป็น ได้ถามมาครงกลับว่า เหตุใดจึงไม่ทำเช่นนี้ ตั้งแต่สมัยอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และกล่าวว่า เธอจะปกป้องสมบัติของรัฐ และตำแหน่งงานของชาวฝรั่งเสศด้วยการหันไปใช้นโยบายกีดกันทางการค้า

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ผู้สนับสนุนนายมาครง ติดตามรายการโต้อภิปราย จากโทรทัศน์ที่บาร์แห่งหนึ่งในกรุงปารีส

การก่อการร้าย

นางเลอเปน กล่าวหาคู่แข่งว่า ชะล่าใจกับผู้ที่ถือคตินิยมอิสลามมากเกินไป ส่วนนายมาครงกล่าวว่า แผนของนางเลอเปน จะทำให้ติดกับดักของผู้ก่อการร้ายซึ่งปรารถนาจะทำให้เกิด 'สงครามกลางเมือง'

นายมาครองกล่าวว่า เขาจะเสริมความแข็งแกร่งของมาตรการความมั่นคงที่มีอยู่แล้ว แต่ย้ำว่าฝรั่งเศส ต้องร่วมมือกับประเทศอื่น ซึ่งการปิดพรมแดนและการขับคนออกนอกประเทศไม่ใช่คำตอบ แต่ผู้นำพรรคแนวร่วมแห่งชาติ โต้ว่า คตินิยมอิสลามต้อง 'ถูกกำจัด' ซึ่งหมายถึงการปิดมัสยิด ขับไล่ผู้เผยแพร่คำสอนเกี่ยวกับความเกลียดชัง และมุ่งเป้าสกัดเงินสนับสนุนจากประเทศอย่าง 'กาต้าร์ และซาอุดิอาระเบีย'

สกุลเงินยูโรหรือฟรังก์

นางเลอเปน กล่าวว่า เธอไม่ได้แค่ต้องการควบคุมพรมแดนและการค้าระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ แต่ 'การกลับไปใช้เงินสกุลประจำชาติเป็นกุญแจสำคัญ' โดยธนาคารและบริษัทขนาดใหญ่ ควรจะมีทางเลือกว่าจะจ่ายเงินเป็นสกุลยูโรหรือ เงินสกุลฝรั่งเศส แต่ประชาชนทั่วไป ควรกลับไปใช้เงินฟรังก์

ด้านนายมาครง เรียกข้อเสนอนี้ว่า 'ไร้สาระ' และถามกลับว่า 'บริษัทใหญ่ๆ จะจ่ายเป็นเงินยูโรทางหนึ่ง แล้วจ่ายเงินเดือนพนักงานในอีกสกุลหนึ่งได้อย่างไร'

การศึกษา

นายมาครงกล่าวว่า จะเน้นปรับปรุงมาตรฐานการศึกษาในระดับประถม และอยากเห็นความเชื่อมโยงที่ใกล้ชิดขึ้นกับภาคธุรกิจ ส่วนนางเลอเปน กล่าวว่า ต้องการให้สถานศึกษาเน้นสอนทักษะด้านอาชีพมากขึ้น และให้มหาวิทยาลัยใช้เกณฑ์วัดผลการเรียน บนพื้นฐานของความดีงาม รวมถึงให้โรงเรียนแยกศาสนาออกจากการสอนมากขึ้น

ต่างฝ่ายต่างชิงชังซึ่งกันและกัน: ทัศนะของ ฮิว สโคฟิลด์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี - กรุงปารีส

รายการนี้ ควรจะได้รับการบันทึกว่าเป็นการโต้อภิปรายที่ยอดเยี่ยมที่สุด ซึ่งผู้ชมต้องจดจำ

เราได้เห็นเลอเปน ที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลในการหาเสียง การพ่นพิษ และการใช้วิธีจี้จุดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยั่วโมโหฝ่ายตรงข้าม ส่วนเอ็มมานูเอล มาครง ใช้เหตุผลแบบนักปรัชญาที่แสดงความเป็นนักวิชาการชั้นเลิศแบบฝรั่งเศส

ทั้งสองไม่มีข้อไหนที่เหมือนกันแม้แต่น้อย และเรียกได้ว่าเป็นขั้วตรงข้ามอย่างสมบูรณ์ เพราะปะทะกันทั้งบุคลิก ความคิดทางการเมือง และยังแสดงออกว่าเกลียดกันด้วย

การโต้อภิปรายนี้ เป็นเครื่องบ่งชี้อย่างชัดเจน ถึงการแบ่งแยกแบบใหม่ของยุคนี้ ซึ่งไม่ใช่การแบ่งค่านิยมทางการเมืองแบบซ้ายหรือขวา แต่เป็นการแบ่งระหว่างแนวคิดชาตินิยมกับโลกาภิวัฒน์ และเป็นการโต้อภิปรายที่สะท้อนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนอกเหนือจากในประเทศฝรั่งเศส