ทายาทกระทิงแดง: สิงคโปร์เผย "บอส" ไม่อยู่ในประเทศ

โลโก้กระทิงแดง Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ โฆษกตำรวจหญิงของสิงคโปร์เปิดเผยกับบีบีซีว่า สิงคโปร์พร้อมให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนทางการไทยโดยเป็นไปตามแนวทางกฎหมายของสิงคโปร์

ทางการสิงคโปร์เปิดเผยว่านายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทกระทิงแดง ผู้ต้องหาหลบหนีคดีขับรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ ทำให้ ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต เมื่อปี 2555 ไม่ได้อยู่ในประเทศ

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยเปิดเผยว่านายวรยุทธ เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปยังสิงคโปร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนหน้าที่ศาลจะอนุมัติการออกหมายจับ โดยมีรายงานว่าเครื่องบินส่วนตัวของนายวรยุทธ ยังจอดอยู่ในสิงคโปร์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

โฆษกตำรวจหญิงของสิงคโปร์เปิดเผยกับบีบีซีในวันนี้ว่า สิงคโปร์พร้อมให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนทางการไทยโดยเป็นไปตามแนวทางกฎหมายของสิงคโปร์

ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามติดตามตัวนายวรยุทธมาส่งฟ้องศาลหลายครั้ง แต่นายวรยุทธไม่มาปรากฏตัว โดยผู้แทนแจ้งว่าติดภารกิจหรือไม่สบาย ขณะนี้ทางการไทยกำลังพิจารณาว่าจะยกเลิกหนังสือเดินทางของนายวรยุทธ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายวรยุทธเป็นลูกคนสุดท้องจากทั้งหมด 3 คน ของนายเฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของเครื่องดื่มสปาย ไวน์ คูลเลอร์

ด้านโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงเทพฯ รายงานว่า แม้ทางการไทยจะพยายามนำตัวนายวรยุทธมารับทราบข้อกล่าวหา แต่โอกาสที่จะได้เห็นนายวรยุทธถูกลงโทษมีไม่มากนัก โดยผู้กระทำความผิดที่เป็นบุคคลร่ำรวยในไทย มักจะหลบเลี่ยงกระบวนการยุติธรรมได้อยู่เสมอ

โจนาธาน ยกตัวอย่างนายวัฒนา อัศวเหม อดีตนักการเมือง ซึ่งถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 10 ปี เมื่อปี 2551 จากการกระทำความผิดฐานคอร์รัปชัน แต่นายวัฒนาก็เดินทางออกนอกประเทศ และไม่เคยได้รับโทษใดๆ

ขณะที่นายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ เจ้าพ่อผู้เคยได้ชื่อว่ากุมธุรกิจส่วนใหญ่ในพัทยา ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีจ้างวานฆ่านักการเมืองคู่แข่งเมื่อปี 2547 แต่ตำรวจสามารถจับกุมกำนันเป๊าะ ได้ในปี 2556 ที่ด่านเก็บเงินบนถนนมอเตอร์เวร์ขณะที่กำนันเป๊าะนั่งอยู่ในรถหลังเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาตรวจสุขภาพตามปกติ นับแต่นั้นกำนันเป๊าะก็ได้รับอนุญาตให้รับโทษจำคุก 30 ปี อยู่ในโรงพยาบาลไม่ห่างจากบ้านพักของตัวเอง

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ สภาพรถเฟอร์รารีสีเทาของนายวรยุทธ ถูกพบภายในบริเวณบ้านของเขาในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2555 หลังจากเกิดอุบัติเหตุไม่นาน

นอกจากนี้ยังมีกรณีลูกหลานคนร่ำรวยที่ก่ออุบัติเหตุทางถนน อย่างเมื่อปี 2550 นายกัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ หรือหมูแฮม ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 22 ปี ขับรถเมอร์เซเดส ชนคนบนทางเท้าหลังมีปากเสียงกับคนขับรถประจำทาง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคน นายกัณฑ์พิทักษ์ ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี เมื่อปี 2558

เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2553 น.ส.อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา ขณะนั้นมีอายุ 16 ปี และขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต พุ่งชนกับรถตู้สาธารณะ ทำให้ผู้โดยสารรถตู้เสียชีวิต 9 คน น.ส.อรชร ถูกลงโทษจำคุกโดยให้รอลงอาญาไว้ก่อน และให้บำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลาไม่ถึง 200 ชั่วโมง

2 ทางเลือกทายาทกระทิงแดง

มอบตัว

หรือ

หนีคดี

  • 3 ก.ย. 2570 หมดอายุความข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

  • 3 ก.ย. 2560 หมดอายุความข้อหาไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร

เมื่อปีที่แล้ว กล้องติดรถยนต์จับภาพนายเจนภพ วีรพร ขับรถด้วยความเร็วสูงพุ่งชนท้ายรถคันอื่นบนทางด่วนจนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ และผู้โดยสารในรถ 2 คน เสียชีวิต แต่ขณะอยู่ในที่เกิดเหตุ นายเจนภพ ยังปฏิเสธไม่ยอมให้ตำรวจตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ดี นายเจนภพ ถูกตั้งข้อหาและกำลังถูกดำเนินคดี หลังจากสาธารณชนแสดงความไม่พอใจอย่างกว้างขวาง

โจนาธาน ระบุด้วยว่า ในทางตรงกันข้าม สามี-ภรรยา วัยกลางคนจากภาคอีสาน ถูกจับฐานเก็บเห็ดในพื้นที่ป่าสงวนเมื่อปี 2553 แต่คนทั้งสองถูกตัดสินจำคุก 15 ปี สองสามี-ภรรยารับสารภาพว่าเข้าไปตัดไม้อย่างผิดกฎหมาย หลังจากทนายแนะว่าจะช่วยลดโทษลงได้ อย่างไรก็ดี คนทั้งสองบอกว่าตนเพียงเข้าไปเก็บเห็ดเท่านั้น ในสัปดาห์นี้ ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 5 ปี ซึ่งน้อยกว่าที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไว้ก่อนหน้านี้