ทรัมป์บอก 'ผมรักออสเตรเลีย' ระหว่างพบนายกฯ เทิร์นบูล

ผู้ประท้วงรวมตัวนอกสถานที่พบปะ ในเมืองบ้านเกิดของนายทรัมป์ Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ผู้ประท้วงรวมตัวนอกสถานที่พบปะ ในเมืองบ้านเกิดของนายทรัมป์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เรียกความสัมพันธ์ระหว่างตนกับนายมัลคอม เทิร์นบูล นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียว่า ' เป็นเลิศ' หลังจากได้พบหารือกันในนิวยอร์ก

นี่เป็นการพบกันครั้งแรกของผู้นำทั้งสอง หลังจากที่การสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนว่าออกมาไม่ดีนัก โดยครั้งนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า 'เราเข้ากันได้ดีมาก เรามีความสัมพันธ์ที่เป็นเลิศ ผมรักออสเตรเลีย และเป็นเช่นนั้นมาตลอด'

ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวด้วยว่า ทั้งสองได้ 'ย้ำจุดยืนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ' และหารือเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การค้า ความร่วมมือด้านความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงประเด็นคนเข้าเมือง

การพบปะกันจัดขึ้นบนเรือ ยูเอสเอส อินทริพริด ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และเคยมีส่วนร่วมในการรบต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นในภาคพื้นแปซิฟิค

ในระหว่างการหารือของผู้นำทั้งสองประเทศ มีผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งมารวมตัวกันที่เมือง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายทรัมป์ และเป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางกลับมานับตั้งแต่เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี

ก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ผู้นำตึงเครียด เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์ แสดงออกว่าไม่เต็มใจรักษาสัญญารับผู้ลี้ภัย 1,200 คนเข้าประเทศ จากค่ายกักกันของออสเตรเลีย

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ นายทรัมป์ และนายเทิร์นบูล พบหาหรืออย่างเป็นทางการ บนเรือยูเอสเอส อินทริพริด

รายงานระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวถึงการพูดคุยทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า เป็นสิ่งที่แย่ที่สุดในวันนั้น และก่อนหน้านี้ ยังเคยทวีตข้อความว่า ข้อตกลงรับผู้ลี้ภัยเข้าไปตั้งรกรากในสหรัฐฯ เป็น 'ข้อตกลงที่โง่เขลา' แต่ในที่สุดรัฐบาลสหรัฐฯ ก็กล่าวว่า จะทำตามข้อตกลงที่ทำไว้ตั้งแต่สมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา

ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวระหว่างที่พบนายกรัฐมนตรีเทิร์นบูลว่า กฎหมายคนเข้าเมือง 'ได้ข้อสรุปมานานแล้ว' และการรายงานข่าวของสื่อเป็น 'ข่าวเท็จเล็กน้อย' จากนั้นประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวเสริมว่า 'เราใจร้อนไปหน่อย แต่ไม่เป็นไร'

นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า จะเดินทางเยือนออสเตรเลีย ซึ่งเป็น 'หนึ่งในประเทศที่สวยงามที่สุดในโลก' แต่ยังไม่ได้ระบุวันที่ชัดเจน

ออสเตรเลีย เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ โดยกองทัพของทั้งสอง เคยร่วมรบในความขัดแย้งเมื่อไม่นานมานี้ในอิรักและอัฟกานิสถาน

ด้านนายเทิร์นบูล กล่าวว่า "เสถียรภาพ และความมั่งคั่งของภูมิภาค ได้รับการปกป้องโดยสหรัฐฯ ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา และทุกวันนี้ก็ยังคงได้รับหลักประกันอยู่' ซึ่งนี่เป็นพันธกรณีที่ได้รับคำยืนยันใหม่อีกครั้งจากประธานาธิบดีทรัมป์

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ เรือยูเอสเอส อินทริพริด ที่ปลดประจำการแล้ว ถูกใช้เป็นสถานที่พบปะระหว่างผู้นำ

เชื่อกันว่า ผู้นำทั้งสองอาจได้หารือเกี่ยวกับประเด็นเกาหลีเหนือ ในส่วนหนึ่งของวาระด้านความมั่นคงแห่งชาติด้วย โดยในช่วงที่ผ่านมา เกิดความตึงเครียดมากขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี จากการที่เกาหลีเหนือใช้วิธีข่มขู่ซ้ำ ๆ และจากการที่สหรัฐฯ ส่งเรือรบและเรือดำน้ำเข้าไปประจำในภูมิภาค

ผู้สังเกตการณ์กล่าวว่า ออสเตรเลียเป็นกังวลถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษกิจ ซึ่งอาจะเกิดขึ้นจากนโยบายชู "สหรัฐฯ มาก่อน" (America First) ของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ โดยหนึ่งในสิ่งแรกที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ลงมือทำหลังจากเข้ารับตำแหน่ง ก็คือการถอนตัวออกจากกรอบการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค หรือทีพีพี ซึ่งในจำนวน 12 ประเทศที่เข้าร่วม มีสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และอีกปลายประเทศในเอเชียแปซิฟิค