เกาหลีเหนืออ้างทำลายแผนลอบสังหาร คิม จอง-อึน ของซีไอเอ

The plot involved targeting Kim Jong-un at a public event, officials said Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่ทางการระบุว่า แผนลอบสังหาร คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จะเกิดขึ้นระหว่างการออกงานสาธารณะแห่งหนึ่ง

เกาหลีเหนือกล่าวหา สำนักงานข่าวกรองกลาง หรือซีไอเอ ของสหรัฐฯ และหน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ ว่าวางแผนใช้สายลับลอบสังหาร นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุด ด้วยสารชีวเคมี แต่สามารถทำลายแผนการได้ก่อน

กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของเกาหลีเหนือ ระบุว่า ชายชาวเกาหลีเหนือคนหนึ่งที่ถูกเรียกว่า "คิม" ได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้โจมตีนายคิม จอง-อึน ด้วยสารชีวเคมี ด้านซีไอเอปฏิเสธแสดงความเห็น ส่วนเกาหลีใต้ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้

การกล่าวอ้างของเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องบนคาบสมุทรเกาหลี โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ รับปากว่า "แก้ปัญหา" เกาหลีเหนือ และยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือให้ได้

Image copyright Getty Images

ด้านสตีฟ อีวานส์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกรุงโซลของเกาหลีใต้ ระบุว่า แถลงการณ์ของกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีเหนือมีความน่ากังขา เกาหลีเหนือมีประวัติของการสร้างข่าวเท็จมาก่อน และคงจะเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจถ้าสำนักงานข่าวกรองของสหรัฐฯ หรือ เกาหลีใต้ ไม่พยายามใช้สายลับในเกาหลีเหนือ แต่ข้อกล่าวหาที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการลอบสังหารทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมาย

ผู้สื่อข่าวบีบีซียังตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดไม่มีคำให้การจากผู้ต้องสงสัย? ทำไมสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) อ้างว่าเป็นการวางยาพิษ แล้วต่อมาก็ระบุว่าเป็นการวางระเบิด? ใครจะสามารถเข้าถึงตัวนายคิม จอง-อึน ซึ่งถูกห้อมล้อมไปด้วยเจ้าหน้าที่คุ้มกันตลอดเวลา และการเดินทางไปไหนมาไหนถูกปิดเป็นความลับ?

Image copyright AFP PHOTO/KCNA VIA KN
คำบรรยายภาพ พระราชวังสุริยะกึมซูซานถูกระบุว่าอาจเป็นที่ก่อเหตุโจมตีลอบสังหาร

ผู้สื่อข่าวที่เดินทางไปยังกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือ จะถูกเก็บโทรศัพท์มือถือไว้เมื่อพวกเขาต้องเดินทางไปยังสถานที่ที่นายคิมอาจจะอยู่ที่นั่น คาดว่าเพื่อป้องกันการสะกดรอยนายคิม ดังนั้นพลเมืองสามัญคนหนึ่งจะเข้าถึงตัวนายคิมได้อย่างไร?

การสังหารนายคิม จอง-อึน อาจจะถูก "วางแผน" จริง แต่แถลงการณ์ของสื่อทางการเกาหลีเหนือไม่ได้อ้างถึงหลักฐานที่น่าเชื่อถือ

'กากเดนมนุษย์'

แถลงการณ์ของกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ ที่สำนักข่าวเคซีเอ็นเออ้างถึง ระบุว่า ซีไอเอ และหน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ ได้ "วางแผนที่โหดเหี้ยมในการทำร้ายผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี"

แถลงการณ์ไม่ได้ระบุชื่อของนายคิม จอง-อึน แต่เขาได้รับการอ้างถึงโดยทั่วไปว่าเป็นผู้นำสูงสุด

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ พุกกุกซอง หนึ่งในขีปนาวุธที่ปล่อยจากหรือดำน้ำ (SLBM) ถูกจัดแสดงในพาเหรดของกองทัพเกาหลีเหนือ

กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐระบุว่า มีแผนที่จะใช้ "การก่อการร้ายด้วยระเบิด" พุ่งเป้าโจมตีผู้นำสูงสุดที่งานสวนสนามของกองทัพ หรือที่งานที่พระราชวังสุริยะกึมซูซาน ซึ่งเป็นสุสานของนายคิม อิล-ซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ยังระบุว่า ชายที่ชื่อว่า "คิม" ถูกบอกว่าวิธีการที่ดีที่สุดคือการใช้ "สารชีวเคมี รวมถึงสารกัมมันตรังสี และสารพิษนาโนด้วย" ซึ่งผลของการใช้สารเหล่านี้จะ "ปรากฏหลังจากนั้น 6-12 เดือน"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กองเรือโจมตีของสหรัฐฯ ที่ประจำการในคาบสมุทรเกาหลี นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน

สังหารคิม? 'แผนการ' ถูกเปิดเผยว่าอย่างไร?

มิถุนายน 2014: ชาวเกาหลีเหนือที่ทำงานที่บริษัทป่าไม้ในดินแดนคาบารอฟก์ ของรัสเซีย "ทุจริตและถูกติดสินบน" โดยสายลับซีไอเอ และหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ มีการมอบเงินและ "อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณดาวเทียม" ให้ชายที่ชื่อว่า "คิม" จากนั้นเขาได้กลับไปยังกรุงเปียงยาง

มกราคม พฤษภาคม สิงหาคม กันยายน 2016: "คิม" ติดต่อผ่านดาวเทียมกับสายลับเกาหลีใต้เพื่อจัดการเรื่องสารชีวเคมี และจุดที่เป็นไปได้ในการพยายามลอบสังหาร

มีนาคม และเมษายน 2017: "คิม" พบกับสายลับเกาหลีใต้คนหนึ่งในเมืองตานตงของจีน และได้รับมอบอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณใหม่และได้รับเงินเพิ่มเติม มีการติดต่อกันเพิ่มเติมในเดือนเมษายน โดยวันสุดท้ายที่ปรากฏอยู่ในแถลงการณ์ของเกาหลีเหนือคือ "ต้นเดือนพฤษภาคม" เมื่อ "คิม" น่าจะรับ "อุปกรณ์ที่จำเป็น" ผ่าน "ศูนย์ประสานงาน" ที่เขาตั้งขึ้นด้วยเงินทุนของเขา ขณะนี้ไม่มีรายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับชะตากรรม หรือ การจับกุมนาย "คิม"

ที่มา: แถลงการณ์กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ ผ่านทาง เคซีเอ็นเอ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ แถลงการณ์กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของเกาหลีเหนือไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ ว่าแผนการนั้นถูกค้นพบได้อย่าง รวมถึงชะตากรรมของชายชาวเกาหลีเหนือที่ชื่อ "คิม" ซึ่งถูกใช้ในการก่อเหตุ และถูกเรียกว่า "กากเดนมนุษย์"

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุด้วยว่า "มีเพียงแค่ซีไอเอเท่านั้นที่สามารถผลิตสารเช่นนั้นได้" โดยเกาหลีใต้ได้สนับสนุนเงินทุน

กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติยังได้กล่าวหาว่า ชายชาวเกาหลีเหนือคนดังกล่าวได้ "ถูกเปลี่ยน" โดยซีไอเอ และหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ ระหว่างที่เขาทำงานในรัสเซียในปี 2014

ทางกระทรวงยังได้อ้างถึงการจ่ายเงินให้ "คิม" สองครั้ง เป็นจำนวน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 700,000 บาท และจ่ายเพิ่มอีก 2 ครั้งเป็นจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3,500,000 บาท เพื่อ "ติดสินบน" และรับอุปกรณ์ นอกจากนี้ยังอ้างถึงเงินจำนวนอีก 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1,750,000 บาท แต่ไม่แน่ชัดว่าเป็นการจ่ายเพิ่มเติมหรือไม่

แถลงการณ์ระบุว่า เมื่อ "คิม" กลับถึงกรุงเปียงยาง เขาได้รับคำสั่งให้ให้ข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ที่ถูกใช้จัดงานบ่อยครั้ง และประเมินความเป็นไปได้ของวิธีการต่าง ๆ ในการโจมตี

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ คิม จอง-อึน มีท่าทางที่เหมือนกำลังตรวจสอบเกราะป้องกันหัวรบ หลังจากผ่านการทดสอบจำลองกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก

แถลงการณ์นี้ไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ ว่าแผนการนั้นถูกค้นพบได้อย่าง รวมถึงชะตากรรมของ "คิม" ซึ่งถูกเรียกว่า "กากเดนมนุษย์"

ทางกระทรวงระบุว่า "องค์กรข่าวกรองและบ่มเพาะแผนการของจักรวรรดิสหรัฐฯ และ หุ่นเชิด" ซึ่งหมายถึงเกาหลีใต้ จะต้องถูกกำจัด

ก่อนหน้านี้ในปีนี้ นายคิม จอง-นัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง-อึน เสียชีวิตด้วยสารวีเอ็กซ์ ซึ่งเป็นสารพิษที่ทำลายระบบประสาทที่ถูกห้ามใช้ ที่สนามบินนานาชาติกรุงกัวลาลัมเปอร์ เกาหลีใต้และมาเลเซียระบุว่าเป็นการลอบสังหารที่เป็นฝีมือของเกาหลีเหนือ

'ความขัดแย้งครั้งใหญ่'

สงครามน้ำลายระหว่างชาติตะวันตกและเกาหลีเหนือที่มีอาวุธนิวเคลียร์ได้เพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลเกาหลีเหนือขู่ว่าจะทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 6

โดยเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบยิงขีปนาวุธแต่ล้มเหลวอีกเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 สัปดาห์

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ ระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐฯ ขณะทดสอบใช้งาน ปัจจุบันได้รับการติดตั้งในเกาหลีใต้แล้ว

ด้านสหรัฐฯ ได้ส่งเรือรบเข้ามาในภูมิภาคและติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธในเกาหลีใต้แล้ว

ประธานาธิบดีทรัมป์ เตือนว่าจะเกิด "ความขัดแย้งครั้งใหญ่" กับเกาหลีเหนือ

แต่เขาก็กล่าวเช่นกันว่า เขาต้องการพบนายคิม จอง-อึน ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทำเนียบขาวได้ออกมาชี้แจงถึงสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างรวดเร็วว่า "ชัดเจนว่าไม่ใช่ที่นั่นในตอนนี้" และระบุว่า เกาหลีเหนือควร "ยุติพฤติกรรมที่เป็นการยั่วยุในทันที"