ซีเรียเริ่มใช้ข้อตกลงเขตปลอดภัย 4 แห่งแล้ว

คนหลายคนพากันวิ่งหนี เบื้องหลังเป็นกองเพลิงไฟลุกโชน Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ บางพื้นที่ยังคงเกิดความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม

ข้อตกลงที่ประกาศให้พื้นที่ 4 แห่งในซีเรียเป็นเขตปลอดภัย ซึ่งจัดทำโดยรัสเซียและอิหร่านเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว โดยกองกำลังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะป้องกันไม่ให้มีการสู้รบในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้ผู้อพยพพลัดถิ่นเดินทางกลับคืนเข้าพื้นที่และสามารถจัดส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าไปได้

นายอเล็กซานเดอร์ โฟมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซียแจ้งว่า พื้นที่ที่กำหนดให้ลดระดับสถานการณ์การสู้รบลงดังกล่าว ได้แก่ 1) พื้นที่ยึดครองของกลุ่มกบฏที่จังหวัดอิดลิบและพื้นที่ใกล้เคียงคือเมืองลาตาเกีย, อเลปโป, ฮามา 2) บางส่วนของเมืองฮอมส์ 3)เมืองกูตาตะวันออกใกล้กรุงดามัสกัส 4)จังหวัดดารายาและกูเนทราทางตอนใต้

ข้อตกลงพื้นที่ปลอดภัยดังกล่าวมีขึ้นในการประชุมที่ประเทศคาซัคสถาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยรัสเซียและอิหร่านซึ่งสนับสนุนรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด เป็นผู้จัดทำและรับประกันข้อตกลงนี้ ทั้งตุรกียังเห็นพ้องรับเป็นผู้รับประกันข้อตกลงดังกล่าวด้วย รัสเซียยังแถลงว่าสหรัฐฯ สหประชาชาติ และซาอุดีอาระเบีย ให้การสนับสนุนข้อตกลงพื้นที่ปลอดภัยในซีเรียด้วยเช่นกัน แม้รัฐบาลซีเรียและกลุ่มกบฏจะไม่ได้ลงนามในข้อตกลงนี้ก็ตาม

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ผู้แทนกลุ่มกบฏแสดงความไม่พอใจและปฏิเสธลงนาม ก่อนเดินออกจากที่ประชุมซึ่งจัดขึ้นที่คาซัคสถาน

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรียแถลงว่า ไม่เชื่อถือในข้อตกลงดังกล่าว เนื่องจากขาดมาตรการรับรองความปลอดภัยและกลไกที่ทำให้แน่ใจได้ว่าจะมีการปฏิบัติตามข้อตกลงนี้อย่างเคร่งครัด คณะกรรมการเพื่อการเจรจาระดับสูงของฝ่ายกบฏ (HNC) ยังบอกว่า ไม่ยอมรับที่อิหร่านเป็นผู้ให้การรับประกันข้อตกลง และยังไม่แน่ชัดว่าฝ่ายกบฏทุกกลุ่มจะปฏิบัติตามข้อตกลงพื้นที่ปลอดภัยนี้หรือไม่

ทางการรัสเซียระบุว่า กองกำลังฝ่ายตนไม่ได้โจมตีทางอากาศในพื้นที่ปลอดภัยเหล่านี้มาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมแล้ว และจะปฏิบัติตามข้อตกลงพื้นที่ปลอดภัยซึ่งจะมีผลไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน อย่างไรก็ตาม กองกำลังรัสเซียยังคงออกโจมตีกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ในพื้นที่อื่น ๆ ของซีเรียอยู่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม