สวรรค์ในดงกับระเบิดของเพนกวินเกาะฟอล์กแลนด์

เพนกวินที่หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนมาชมความงามของธรรมชาติบนหมู่เกาะฟอล์กแลนด์

ดงกับระเบิดซึ่งเป็นผลพวงมาจากสงครามในอดีตนั้นใครๆ ก็ไม่กล้าเฉียดใกล้ เพราะเกรงอันตรายจากวัตถุระเบิดที่ฝังซ่อนอยู่ แต่ดงกับระเบิดแสนอันตรายต่อมนุษย์ กลับกลายเป็นบ้านและแหล่งอนุรักษ์ที่อุดมสมบูรณ์ของฝูงเพนกวินบนชายหาดยอร์กของหมู่เกาะฟอล์กแลนด์มานานถึง 35 ปี

การที่เพนกวินมีน้ำหนักตัวเบาจนไม่ทำให้กับระเบิดลั่นขึ้น และการที่ไม่มีผู้คนเข้าไปในบริเวณดังกล่าว ทำให้ดงกับระเบิดแห่งนี้เป็นเหมือนสวรรค์ของการอนุรักษ์เพนกวินเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม สวรรค์แห่งนี้กำลังจะกลายเป็นอดีต เนื่องจากทางการสหราชอาณาจักรมีแผนการเข้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้หมดไปจากชายหาดแห่งนี้ ซึ่งการขุดพลิกผืนทรายทั้งหาดจะเท่ากับทำลายระบบนิเวศลงทั้งหมด

ดงกับระเบิดบนหาดยอร์กเกิดขึ้น เมื่อกองทัพอาร์เจนตินายกพลหน่วยจู่โจมขึ้นบกเมื่อวันที่ 2 เมษายน ปี 1982 ที่ชายหาดแห่งนี้ ซึ่งเดิมเป็นสถานที่ตากอากาศยอดนิยมไม่ห่างจากเมืองสแตนลีย์ เมืองเอกของหมู่เกาะฟอล์กแลนด์มากนัก ทหารอาร์เจนตินาได้วางกับระเบิดไว้หลายหมื่นลูก เพื่อป้องกันกองกำลังฝ่ายสหราชอาณาจักรยกพลขึ้นบกตามมา แต่แผนการนี้ก็ไม่ประสบความสำเร็จ โดยทหารอังกฤษเข้าชิงเมืองเอกของหมู่เกาะฟอล์กแลนด์คืนไปได้ในอีก 74 วันต่อมา

Image copyright GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ มีการเริ่มทำลายกับระเบิดบริเวณใกล้เมืองสแตนลีย์ เมืองเอกของหมู่เกาะฟอล์กแลนด์แล้ว

หาดยอร์กซึ่งเต็มไปด้วยกับระเบิด ได้กลายเป็นเขตห้ามเข้าไปโดยอัตโนมัติ แต่เรื่องนี้กลับเป็นผลดีต่อฝูงเพนกวินมาเจลลันและเพนกวินเจนทู ที่ได้กลับเข้ามาอาศัยบนหาดซึ่งเคยเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว สภาพทางธรรมชาติของระบบนิเวศบนหาดและน่านน้ำชายฝั่งก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวและกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

นายพอล บริกเคิล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมแอตแลนติกตอนใต้ บอกว่าการเก็บกู้กับระเบิดนั้นแม้จะเป็นสิ่งที่ดีต่อความปลอดภัยของมนุษย์ แต่ในกรณีของฝูงเพนกวินหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ การกระทำเช่นนี้ทำลายเนินทรายและหน้าดินได้อย่างมหาศาล เพราะสภาพภูมิประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ทำให้การขุดทำลายกับระเบิดตามแผนที่ที่ทางกองทัพอาร์เจนตินาบันทึกไว้ไม่สามารถทำได้ แต่ต้องขุดพลิกพื้นชายหาดดูทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในระดับที่อาจไม่คุ้มค่าจะนำไปแลกกับการดำเนินโครงการให้สำเร็จ

ชาวบ้านในท้องถิ่นต่างก็ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ โดยบางคนแสดงความเห็นว่า ที่ผ่านมาการกั้นเขตห้ามเข้าและติดเครื่องหมายเตือนตามจุดอันตรายก็ได้ผลเพียงพอแล้ว ทั้งไม่เคยมีใครเป็นอันตรายจากกับระเบิดมาก่อน ดังนั้นรัฐบาลของสหราชอาณาจักรควรจะนำเงินงบประมาณหลายสิบล้านปอนด์ในส่วนนี้ไปใช้ช่วยเหลือประเทศที่มีความจำเป็นต้องเก็บกู้กับระเบิดเพื่อขยายที่ดินทำกินจะเหมาะสมกว่า

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ พื้นที่ดงกับระเบิดมีการกั้นรั้วและติดเครื่องหมายเตือนจุดอันตรายอย่างชัดเจน

แต่น่าเสียดายว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักรต้องเดินหน้าโครงการเก็บกู้กับระเบิดบนหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ต่อไปโดยไม่มีทางเลือก เพราะได้ลงนามในอนุสัญญาออตตาวาปี 1997 ซึ่งห้ามการใช้ สะสม ผลิต โอน ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และมุ่งทำลายทุ่นระเบิดตกค้างเพื่อลดจำนวนวัตถุอันตรายลง โดยนับแต่ปี 2009 เป็นต้นมาได้เก็บกู้และทำลายกับระเบิดบนหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ไปแล้วกว่า 7 ล้านตารางเมตร

ในอนาคตหากการเก็บกู้กับระเบิดเสร็จสิ้นลงแล้ว ยังมีความเสี่ยงว่าหาดสวรรค์ของฝูงเพนกวินแห่งนี้จะกลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนจำนวนมากไปเยือนกันอีก เพราะอยู่ในทำเลที่เข้าถึงสะดวก โดยปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวกว่า 50,000 คน โดยสารเรือสำราญมาเยือนหมู่เกาะฟอล์กแลนด์เป็นประจำอยู่แล้วในแต่ละปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง