เสน่ห์ของการเที่ยวชมสุสานในอังกฤษ

ภาพในสุสาน Image copyright Getty Images

การเยือนสุสานเพื่อความเพลิดเพลินใจคงไม่ใช่สิ่งที่ใครทุกคนทำกัน แต่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการชมสุสานกำลังเพิ่มมากขึ้น พวกเขาไปตามสุสานต่าง ๆ เดินสำรวจป้ายหลุมศพ และดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ดูน่าหม่นหมอง อะไรคือเสน่ห์ของการเที่ยวสุสาน?

นักประวัติศาสตร์ ผู้ศึกษาเกี่ยวกับการสืบวงศ์ตระกูล คนทำความสะอาดสุสาน และผู้ที่ชื่นชอบเกี่ยวกับความน่ากลัวหรือความตาย มีเหตุผลที่แตกต่างกันไปในการเข้ามาเยือนสุสาน แต่ปัจจุบันมีตลาดด้านการท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่ต้องการมากกว่าการเที่ยวแบบธรรมดาทั่วไป

เชลดอน กูดแมน ผู้ชอบเที่ยวสุสานและผู้ก่อตั้งชมรมสุสาน ซึ่งพานักท่องเที่ยวไปชมสุสานหลายแห่งในกรุงลอนดอน ชี้ว่าสาเหตุหนึ่งที่ทัวร์สุสานได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เพราะช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีคนดัง ๆ เสียชีวิตหลายคน

Image copyright Getty Images

"สุสานไฮเกต ซึ่งเป็นสุสานที่ดังที่สุดในกรุงลอนดอน จะใช้เป็นที่ฝังศพจอร์จ ไมเคิล" กูดแมนบอก นอกจากนี้ยังระบุว่า "เหตุการณ์ทำนองนี้เป็นการเพิ่มการตระหนักรู้และคุณค่าของสิ่งที่ผมชอบเรียกว่า 'คลังสมองของผู้ตาย'"

แม้ว่าพื้นที่ในสุสานที่จะใช้ฝังศพจอร์จ ไมเคิล เป็นพื้นที่หวงห้ามส่วนบุคคล ไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้า แต่สุสานไฮเกตก็มีหลุมฝังศพของคนดัง ๆ อีกหลายคนที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชมและคารวะได้ รวมถึง นักปรัชญาการเมืองอย่าง คาร์ล มาร์กซ์

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ สุสานไฮเกต ซึ่งเป็นสุสานที่ดังที่สุดในกรุงลอนดอน จะใช้เป็นที่ฝังศพจอร์จ ไมเคิล

กลุ่มเพื่อนของสุสานไฮเกต ซึ่งทำหน้าที่ดูแลสุสานไฮเกตมาตั้งแต่ปี 1975 ระบุว่าสุสานไฮเกตยังมีสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับการตายและฝังศพที่ประณีตสวยงามมากแห่งหนึ่งของประเทศด้วย

ในสุสานยังมีอนุสาวรีย์อีกกว่า 70 ชิ้นที่ขึ้นทะเบียนไว้กับอิงลิชเฮอริเทจ องค์กรการกุศลที่บริหารจัดการสิ่งปลูกสร้างและสถานที่ทางประวัติศาสตร์รวมถึงอนุสาวรีย์ต่าง ๆ รวมกว่า 400 แห่งในประเทศ ขณะที่ตัวสุสานไฮเกตขึ้นทะเบียนจัดอยู่ในสวนสาธารณะระดับหนึ่ง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ลักษณะสุสานในสมัยวิคตอเรีย

ไม่ใช่เพียงเฉพาะสุสานดัง ๆ เท่านั้นที่ดึงให้นักท่องเที่ยวเข้าชม นิโคลา คาร์เพนเทอร์ ชาวเมืองเมเดนเฮดเล่าว่าหลงเสน่ห์สุสานมาตั้งแต่ตอนอายุ 8 ขวบ ในสมัยที่เธอกับเพื่อน ๆ เล่นอยู่ในสุสานประจำหมู่บ้าน ทุกวันนี้เธอยังคงไปเที่ยวชมสุสานอีกหลายแห่งและเขียนบล็อกเกี่ยวกับสุสาน

เธอเล่าว่า เธอไปตามสุสานต่าง ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าผู้ที่ถูกฝังอยู่ในสุสานเหล่านั้นเป็นใคร พวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร ได้พัฒนาชุมชนและเมืองที่เธออาศัยอยู่อย่างไรบ้าง ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอได้ค้นพบเรื่องราวที่น่าสนใจและน่าสนเท่ห์หลายเรื่อง "มีทั้งเรื่องราวความรักและมิตรภาพ การทรยศ การแก้แค้น การฆาตกรรมและการฆ่าตัวตาย"

ข้อมูลจากสภาการออกแบบระบุว่า ที่ฝังศพในศตวรรษที่ 19 สร้างขึ้นในพื้นที่สาธารณะให้เป็นสถานที่สำหรับการเข้าชมอยู่แล้ว และที่ฝังศพเหล่านี้มักจะมีป้ายหลุมศพและอนุสรณ์สถานที่น่าดูน่าชม

Image copyright Getty Images

ก่อนหน้านั้น โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ พื้นที่สำหรับฝังศพมักแทรกอยู่ระหว่างร้านค้า บ้านเรือน และโรงเตี๊ยม ศพถูกฝังทับซ้อนกันลงไปในหลุมลึกไม่กี่เมตร แออัดและส่งกลิ่นคลุ้ง

ต่อมาในยุควิกตอเรียซึ่งคนให้ความสำคัญกับความสะอาดและสุขอนามัย ส่งผลให้สุสานรอบโบสถ์ที่อยู่ในเมืองต้องปิดตัวลง และเกิดสุสานขนาดใหญ่บริเวณชานเมืองขึ้นแทน

กูดแมนเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนในสังคมกับสุสานมีขึ้นมีลงตามเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ เขาชี้ว่าในยุควิกตอเรีย สุสานเป็นสถานที่ที่คนจะได้พบเห็นต้นไม้ดอกไม้พันธุ์หายาก เป็นที่เดินเล่นในบรรยากาศที่สงบเงียบ และเพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิต ครั้นพอถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง อังกฤษเผชิญกับการสูญเสียในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความชื่นชอบในสุสานก็ได้รับผลกระทบ

Image copyright Getty Images

หลังยุควิกตอเรีย คนไม่นิยมจัดงานศพที่หรูหราใหญ่โต รวมทั้งการประดับประดาและตกแต่งหลุมศพ

หน่วยงานการกุศล Caring for God's Acre บอกว่าสุสานหลายแห่งถูกปล่อยปละละเลย และกลายเป็นที่อยู่สำหรับสัตว์ป่า

สำหรับผู้ที่พิสมัยในการเที่ยวชมสุสาน ความมีเสน่ห์อยู่ที่ป้ายหลุมศพ กูดแมนเล่าว่าเขาสนใจเรื่องสุสานมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ตอนที่ไปเยี่ยมหลุมศพของปู่

เขาเล่าว่า เขาสงสัยว่าทำไมเราถึงไปที่หลุมศพเพียงหลุมเดียว ทั้งที่รอบ ๆ มีอีกตั้งหลายหลุมศพ พวกเขาเหล่านั้นเป็นใคร มีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไร ป้ายหลุมศพไม่ได้บอกเรื่องราวทั้งหมด พวกเขาแทบไม่ได้มีโอกาสเห็นป้ายหลุมศพของตัวเองด้วยซ้ำ ดังนั้นเขาจึงตั้งปณิธานไว้ว่าจะปลุกชีพบุคคลเหล่านั้นขึ้นมา โดยพยายามค้นหาประวัติและเรื่องราวชีวิตของพวกเขา

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ หลุมศพของคาร์ล มาร์กซ์ นักทฤษฎีด้านเศรษฐศาสตร์ การเมือง และสังคมชาวเยอรมัน ที่สุสานไฮเกตในกรุงลอนดอน

เว็บไซต์ Find a Grave หรือเฟซบุ๊กสำหรับผู้เสียชีวิต มีบันทึกรายชื่อหลุมศพกว่า 159 ล้านหลุม และบันทึกนี้มียอดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เว็บไซต์นี้ประเมินว่า มีคนเข้าค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์วันละ 50,000 ครั้ง

จิม ทิปตัน ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์บอกว่า เขาตั้งเว็บไซต์นี้ขึ้นมา เพราะว่าไม่มีเว็บไซต์ไหนที่ตรงใจกับกิจกรรมยามว่างของเขาในการไปเที่ยวชมสุสานของของดัง ๆ พอสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา เขาถึงกับประหลาดใจเมื่อพบว่ามีคนอีกหลายพันทั่วโลก สนใจเรื่องเดียวกับเขา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง