เสน่ห์เกินห้ามใจของ เอ็มมานูเอล มาครง

ภาพเอ็มมานูเอล มาครง มีรอยลิปสติกบนใบหน้า Image copyright Getty Images

ในที่สุด เอ็มมานูเอล มาครง ก็พลิกโฉมประวัติศาสตร์การเมืองฝรั่งเศส ด้วยการคว้าชัยชนะอันโดดเด่นก้าวขึ้นเป็นว่าที่ประธานาธิบดีอายุน้อยที่สุดของฝรั่งเศส นายมาครง ผู้ซึ่งไม่เป็นที่รู้จักของสาธารณชนเลยเมื่อสามปีก่อน อาศัยความเชื่อในตนเอง ความมีพลัง เสน่ห์ และสายสัมพันธ์ นำพากลุ่มการเมืองของเขาก้าวไปอย่างมั่นคงและเข่นพรรคการเมืองกระแสหลักอื่น ๆ ของฝรั่งเศสให้ปราชัย

ในการหาเสียงเลือกตั้งในโค้งสุดท้าย เขาพูดคุยกับสมาชิกสมาพันธ์แรงงานฝรั่งเศสหัวแข็งที่โรงงานทางตอนเหนือของประเทศซึ่งกำลังจะถูกปิด แรงงานชายเหล่านั้นเกลียดทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นมาครง พวกเขากำลังจะตกงาน แต่กระนั้นพวกเขาก็ยอมฟังมาครงพูด

วันต่อมา ไม่ว่าเขาขึ้นพูดที่งานเสวนาที่เต็มไปด้วยผู้บริหารใส่สูท หรือพูดกับกลุ่มวัยรุ่นชานเมืองที่กำลังห้าว หรือคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจแนวใหม่ของตัวเอง ต่างก็ฟังมาครงอย่างตั้งใจเหมือนกัน

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เอ็มมานูเอล มาครง (กลาง) ใช้ความสามารถในการโน้มน้าวระหว่างการพูดคุยกับนักเคลื่อนไหวของสมาพันธ์แรงงานฝรั่งเศส

เคยมีคนพูดถึงนายมาครงในสารคดีว่าด้วยเรื่องประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนใหม่ เมื่อไม่นานนี้ว่า "ผู้ชายคนนี้อาจใช้วิธีหว่านเสน่ห์เพื่อคว้าเก้าอี้ประธานาธิบดีมาครอง"

ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะคิดอย่างไรกับแนวทางการเมืองของมาครง แต่ชาวฝรั่งเศสมีเหตุผลในการเลือกให้เขาเป็นผู้นำคนใหม่ ผู้ซึ่งมีความปราดเปรื่องที่สุดคนหนึ่งในคนรุ่นเดียวกัน แน่นอน เขามีเสน่ห์ แต่ในเวลาเดียวกันก็ฉลาดอย่างยิ่ง เขามีพลัง ไม่ทุจริต มีความสร้างสรรค์ เป็นคนรุ่นใหม่ และมีความหวัง

นอกจากนี้เขายังมีฝีปากที่ทำให้คนรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดมีเหตุผลน่าเชื่อถือ เมื่อฟังมาครงพูด ทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทางของมัน ผู้คนถึงกับตบหน้าผากตัวเองอย่างคิดไม่ถึง และรู้สึกประหลาดใจว่าทำไมถึงไม่เคยคิดเช่นนี้มาก่อน

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ มาครง ถูกมองว่าสนับสนุนภาคธุรกิจ และการผ่อนคลายกฎเกณฑ์

เสน่ห์ของมาครงจะยังได้ผลไหม?

คำตอบคือ มีอุปสรรคขวางกั้น ปกติเมื่อบอกว่าใครสักคน "พูดจามีเหตุผล" นั่นถือเป็นสัญญาณเตือนแรก คำว่า "พูดจามีเหตุผล" เป็นเพียงการย่อมาจาก "พูดจามีเหตุผลมากเกินไป" และทันใดนั้นเราก็จะถูกหลอก

มาครง ถูกจัดว่าเป็นอัจฉริยะตั้งแต่เด็ก มีคนบอกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงพรสวรรค์ที่เขามี และนั่นทำให้เขาเป็นที่รักของคนอายุมากกว่าที่อยู่รอบตัวเขา

คุณยายของมาครง และบรีจิต ทรอนโย ภรรยาซึ่งอายุมากกว่ามาครง 24 ปี มีส่วนในการสร้างวิสัยทัศน์ของมาครงในเวลาต่อมา

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ มาครงแต่งงานกับบรีจิต ทรอนโย ครูสอนการแสดงของเขา ซึ่งอายุมากกว่า 24 ปี

นอกจากเรื่องที่เขาล้มเหลวในการเข้าเรียนที่ Ecole Normale Supérieure ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาของชนชั้นนำในฝรั่งเศสแล้ว ทุกอย่างที่มาครงทำก็ประสบความสำเร็จไปเสียหมด

ปัจจุบันเขามีอายุ 39 ปี อ่อนด้อยประสบการณ์ทางการเมือง และยังต้องเป็นประมุขของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก

การเลือกผู้นำคนใหม่ไม่ใช่ช่วงเวลาของการเยาะเย้ยถากถาง และคนส่วนใหญ่ต่างปรารถนาดีต่อผู้ชายซึ่งมีความเหมาะสมและต้องการจะทำทุกอย่างเพื่อฝรั่งเศส

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ มาครง กล่าวว่า ระบบการเมืองของฝรั่งเศสเป็นอัมพาตและล้มเหลวในการคุ้มครองผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครอง

แต่ถ้าจะมีคำถามเกี่ยวกับ เอ็มมานูเอล มาครง ก็คงจะเป็นความรู้สึกพิเศษที่เขามี พรสวรรค์ด้านภาษาและการแสดง (อย่าลืมว่าเขาและบรีจิต ภรรยาตกหลุมรักกันในชั้นเรียนวิชาการละคร) ทำให้เขามีอำนาจในการโน้มน้าวคนไม่เป็นสองรองใคร นอกจากนี้เขายังมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า

แต่มีสิ่งหนึ่งที่คนหวาดกลัวเกี่ยวกับมาครง (ในแบบที่คนฝรั่งเศสกลัว) ก็คือคำพูดที่เขาพูด

คำที่เชื่อมระหว่างความแตกแยก คำที่เขายกยอคู่แข่ง คำที่แสดงการอุทิศตัวของเขา

ในการหาเสียงเลือกตั้ง มีเรื่องตลกในหมู่นักข่าวเกี่ยวกับคำพูดของมาครง ซึ่งเขามักจะตอบคำถามนักข่าวโดยใช้พูดว่า "ในเวลาเดียวกัน" อยู่บ่อยครั้ง มันเป็นวิธีของมาครงในการจับคู่ทุกสิ่งอย่างและสิ่งที่อยู่ตรงข้าม เพื่อสร้างความสมานฉันท์

เขาประสบความสำเร็จในการทำเช่นนั้น เพราะเขาเป็นตัวของตัวเอง

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ มาครง รับปากต่อผู้สนับสนุนว่าเขาจะต่อสู้เพื่อประสานความแตกแยกในฝรั่งเศส

แต่ในชีวิตจริงในการบริหารประเทศที่แตกแยกและเต็มไปด้วยความไม่พอใจ คำพูดเหล่านี้ของเขาจะได้ผลเช่นเดียวกันหรือไม่? ความเชื่อมั่นในตัวเองเพียงลำพังของเขาจะสร้างการสนับสนุนทางการเมืองที่เขาจำเป็นต้องมีในรัฐบาลที่ยุ่งวุ่นวายหรือไม่? ความมีเสน่ห์ของเขาจะยังได้ผลหรือไม่?

ทุกคนต่างหวังว่าชัยชนะอันน่าทึ่งของเอ็มมานูเอล มาครง จะเป็นชัยชนะของการมีความหวังเหนือการสิ้นหวัง เป็นชัยชนะของการมีพลังเหนือการไร้เรี่ยวแรง ชัยชนะของความมุ่งมั่นตั้งใจเหนือการยอมจำนน

ทุกคนหวังว่ามันจะไม่เป็นเพียงชัยชนะของพนักงานขายเหนือลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง