เด็กหญิงชิบอก
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

ชะตากรรมหลังอิสรภาพของ “เด็กหญิงชิบอก”

แม้ข่าวการปล่อยตัวเด็กหญิง 82 คนที่ถูกกลุ่มติดอาวุธโบโก ฮาราม ลักพาตัวไปจากเมืองชิบอกในไนจีเรียเมื่อ 3 ปีก่อน จะทำให้หลายฝ่ายรู้สึกโล่งใจ แต่เด็กหญิงเหล่านี้ยังต้องเผชิญชะตากรรมอีกครั้งเมื่อได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติร่วมกับครอบครัวที่จากมานาน

กลุ่มเด็กหญิงที่ถูกลักพาตัวไป หรือที่รู้จักกันในชื่อ "เด็กหญิงชิบอก" ถูกกลุ่มโบโก ฮารามจับไปตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็ก จนตอนนี้พวกเธอเข้าสู่วัยสาว นับเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตพวกเธอซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางกาย ทางใจและทางอารมณ์ครั้งใหญ่ การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้ เต็มไปด้วยความสับสนจากการถูกกักตัวไว้

Image copyright EPA

ตัวแทนจากครอบครัวของเด็กหญิงชิบอกได้มาพบพวกเธอเพื่อยืนยันตัวตนและแจ้งกับครอบครัวว่าลูกสาวของพวกเขาอยู่ในกลุ่มที่ได้รับการปล่อยตัวในครั้งนี้หรือไม่ ขณะนี้ เด็กหญิงทั้ง 82 คนยังอยู่ในกรุงอาบูจา ครอบครัวของพวกเธอจะเดินทางมาจากเมืองชิบอกเพื่อพบพวกเธอเร็ว ๆ นี้

แต่เด็กหญิงกลุ่มนี้ อาจต้องผ่านกระบวนการบำบัดทางจิตใจตามแนวทางของรัฐบาล เช่นเดียวกับเด็กหญิง 21 คน ซึ่งได้รับการปล่อยตัวเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว พวกเธออาจได้รับการดูแลจากรัฐบาลหรืออาจต้องอยู่ในความอารักขาของรัฐบาล ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี บางครอบครัวสนับสนุนกระบวนการนี้ ในขณะที่บางครอบครัวรู้สึกโกรธที่ยังไม่ได้ตัวลูกสาวคืน ทั้งที่ได้รับอิสรภาพมา 6 เดือนแล้ว

นายอาลี มายยางกา แอสกีรา บอกว่า เขารู้สึกพอใจกับสภาพความเป็นอยู่ของ "มาร์ยาม" ลูกสาวของเขาที่อาศัยอยู่ในที่พักของรัฐบาลในกรุงอาบูจา เขาไปเยี่ยมเธอเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และได้เห็นว่าเธอได้รับการปฏิบัติอย่างดีและอยู่อย่างสุขสบาย เขาบอกว่า แม้จะอยากให้ลูกสาวกลับมาอยู่ด้วย แต่เขาคงดูแลชีวิตเธอได้ไม่ดีเท่ากับรัฐบาล ซึ่งจัดสอนอาชีวศึกษาอย่างวิชาตัดเย็บและถักไหมพรมให้ด้วย โดยรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการบอกเขาว่า อีก 4 เดือน เด็กกลุ่มนี้จะได้กลับไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนแล้ว

อย่างไรก็ตาม บางครอบครัวไม่เห็นด้วยและอยากให้ลูกสาวกลับมาอยู่ด้วยกัน โดยช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา เด็กหญิงเหล่านี้ได้มาพบครอบครัวที่บ้านของนักการเมืองคนหนึ่งที่เมืองชิบอก แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน ผู้ปกครองรายหนึ่งบอกว่า ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกสาวได้มาอยู่ใกล้บ้านขนาดนี้แต่ก็ยังไม่ได้กลับบ้าน

นายซามบิโด โฮเซีย ประธานชุมชนชิบอกในกรุงอาบูจาบอกว่า ผู้ปกครองสามารถรวมกลุ่มเล็ก ๆ กันมาเยี่ยมลูกหลานได้ รัฐบาลต้องการเตรียมความพร้อมให้เด็ก ๆ เหล่านี้พร้อมที่จะกลับไปเรียนหนังสือ

ด้านนักจิตวิทยาที่เคยทำงานกับผู้ที่เคยถูกควบคุมตัวโดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลามหรือไอเอส บอกว่าครอบครัวบำบัดเป็นหนทางในการฟื้นฟูสภาพจิตใจที่ดีกว่าการแยกตัวเด็กออกมา

อย่างไรก็ตาม มีข้อสงสัยกันว่าการที่เด็กไม่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน อาจเป็นเพราะกระแสวิพากษ์วิจารณ์รอบตัวที่อาจทำให้เด็กตกเป็นเป้าลักพาตัวอีกครั้ง นอกจากนี้ เด็กหญิงบางคนได้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามระหว่างถูกกักตัว ทำให้เป็นที่รังเกียจของคนในชุมชนซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง