ทำไมทรัมป์สั่งปลด ผอ.เอฟบีไอ?

ทรัมป์ Image copyright Getty Images

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นผู้นำคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ที่สั่งปลดผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง หรือเอฟบีไอ

นายทรัมป์และเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ มีความชัดเจนเรื่องที่ว่านายเจมส์ คอมีย์ จะต้องพ้นจากเก้าอี้ ผอ.เอฟบีไอ โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรมที่แสดงออกอย่างชัดเจนในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี สมาชิกพรรคเดโมแครตกลับกังขาเรื่องจังหวะเวลาที่สั่งปลด ขณะเดียวกันมีรายงานหลายชิ้นที่บ่งชี้ว่าเรื่องนี้อาจมีเบื้องหน้าเบื้องหลังมากกว่านี้

แต่อะไรกันแน่คือสาเหตุที่ทำให้นายคอมีย์ถูกปลดจากตำแหน่งแบบฟ้าผ่า?

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ ทรัมป์ลงนามในหนังสือปลด ผอ.เอฟบีไอ โดยให้มีผลทันที

1) สาเหตุอย่างเป็นทางการ - กรณีอีเมลของนางฮิลลารี คลินตัน

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับจดหมายจากนายร็อด เจ โรเซนสไตน์ รมช.กระทรวงยุติธรรม ที่ระบุถึงความล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่ ผอ.เอฟบีไอของนายคอมีย์

เนื้อหาในจดหมายเน้นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการสอบสวนที่ปิดไปแล้วของเอฟบีไอ ต่อกรณีที่นางคลินตันใช้เซิร์ฟเวอร์อีเมลส่วนตัวในการเก็บข้อมูลสำคัญของราชการช่วงที่ดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงต่างประเทศ

โดยตอนหนึ่งของจดหมายจากนายโรเซนสไตน์ ระบุว่า "ชื่อเสียงและความเชื่อถือของเอฟบีไอเสียหายอย่างรุนแรง ทั้งยังส่งผลกระทบโดยรวมต่อกระทรวงยุติธรรม" และ "ผมไม่อาจแก้ต่างให้กับ ผอ.คอมีย์ ที่ให้ยุติการสอบสวนคดีอีเมลของนางคลินตันได้ และผมไม่เข้าใจที่เขาไม่ยอมรับว่าตัวเองทำงานผิดพลาดไป"

Image copyright Getty Images

นายคอมีย์ กระทำการโดยชอบหรือไม่?

นายโรเซนสไตน์ ระบุในจดหมายว่า "ผอ.คอมีย์กระทำผิดที่ถือวิสาสะใช้อำนาจของ รมว.กระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2016 แล้วประกาศให้ปิดคดีดังกล่าวโดยไม่มีการดำเนินคดีทางกฎหมายใด ๆ" ซึ่งสาเหตุที่นายคอมีย์ เลือกทำเช่นนั้นน่าจะเป็นเพราะเขาเชื่อว่า นางลอเร็ตตา ลินช์ รมว.กระทรวงยุติธรรมในขณะนั้นมีผลประโยชน์ทับซ้อน

นายคอมีย์ชี้แจงว่า ที่ตัดสินใจทำเช่นนั้นเพราะเห็นว่า นางลินช์ เพิ่งจะมีข่าวเชิงลบเรื่องการพบปะกับอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ที่สนามบินแห่งหนึ่ง แม้จะเป็นการพบปะกันโดยบังเอิญ แต่เธอก็ถูกกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องปกติที่เอฟบีไอจะออกมาพูดเรื่องการสอบสวนต่อสาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่นายคอมีย์ทำเช่นนี้ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแต่ถึงสองครั้ง ซึ่งเจ้าตัวชี้แจงว่าที่ต้องออกมาเปิดเผยเรื่องนี้เพราะไม่อยากมีความผิดฐานปกปิดข้อมูล

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กรณีอีเมลของนางคลินตัน คือสาเหตุอย่างเป็นทางการในการสั่งปลดนายคอมีย์

การสอบสวนคดีนางคลินตันของเอฟบีไอเกี่ยวกับเรื่องอะไร?

กลุ่มผู้สนับสนุนนางคลินตัน แสดงความไม่พอใจหลังมีข้อมูลว่าทีมหาเสียงของนายทรัมป์ก็ถูกเอฟบีไอสอบสวนเช่นกัน แต่นายคอมีย์ กลับไม่เคยเปิดเผยเรื่องนี้จนกระทั่งผ่านพ้นช่วงการเลือกตั้งมานานแล้ว

คำถามสำคัญข้อหนึ่งคือ หากนี่คือสาเหตุแท้จริงที่ทำให้นายคอมีย์ถูกปลดจากตำแหน่ง เหตุใดทำเนียบขาวจึงรอมาจนถึงบัดนี้ เพราะเอฟบีไอสั่งปิดการสอบสวนคดีของนางคลินตันมาตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว และนายทรัมป์เข้าบริหารประเทศมาตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายคอมีย์ถูกปลดเพียงไม่กี่วันก่อนที่เขาจะเข้าชี้แจงเรื่องรัสเซียต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสมาชิก

2) รัสเซีย

นายคอมีย์ เป็นที่รู้จักของสังคมมากขึ้นเมื่อไม่นานมานี้จากการที่เอฟบีไอเปิดการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องรัสเซียเข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว รวมทั้งความเป็นไปได้ว่าทีมหาเสียงเลือกตั้งของนายทรัมป์จะมีความเกี่ยวข้องกับรัสเซีย

อันที่จริง นายคอมีย์ ยืนยันว่ามีการสอบสวนเรื่องนี้ระหว่างเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งจนถึงบัดนี้ยังไม่มีการเปิดเผยผลการสอบสวนดังกล่าว โดยนายคอมีย์กล่าวว่า คดีนี้มีความ "ซับซ้อนมาก" และเขาไม่สามารถระบุกรอบเวลาการสอบสวนว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใดได้

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ หน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ ชี้ ปธน.ปูติน สั่งการให้เจาะระบบคอมพิวเตอร์เพื่อล้วงข้อมูลของคณะกรรมการพรรคเดโมแครตแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม บรรดาหน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ สรุปในรายงานเมื่อเดือน ม.ค.ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้สั่งการให้เจาะระบบคอมพิวเตอร์เพื่อล้วงข้อมูลของคณะกรรมการพรรคเดโมแครตแห่งชาติ ซึ่งเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับรัสเซียนี้ก็ได้รับการเปิดเผยจากนายไมค์ ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นคนของนามทรัมป์เอง และถูกไล่ออกจากตำแหน่งฐานให้ความเท็จเรื่องการพบปะกับเจ้าหน้าที่รัสเซียคนหนึ่ง

ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับรัสเซียมาโดยตลอด แต่หลังจากนายคอมีย์ถูกปลดจากตำแหน่ง เว็บไซต์ Politico รายงานว่า นายทรัมป์รู้สึกไม่พอใจที่เอฟบีไอเข้าไปสอบสวนเรื่องรัสเซียมากขึ้น ทั้งยิ่งไม่สบอารมณ์ที่ไม่สามารถควบคุมข่าวเกี่ยวกับรัสเซียที่ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องได้

หลายฝ่ายแสดงความกังขากับช่วงเวลาที่นายคอมีย์ถูกปลดจากตำแหน่งเพียงไม่กี่วันก่อนที่เขามีกำหนดจะเข้าชี้แจงเรื่องรัสเซียต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสมาชิกในวันที่ 11 พ.ค. อันที่จริงคำสั่งปลดฟ้าผ่านี้มีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากนางแซลลี เยตส์ อดีตรักษาการ รมว.กระทรวงยุติธรรม แจ้งต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาว่ารู้สึกเป็นกังวลเรื่องสายสัมพันธ์ของนายฟลินน์กับรัสเซีย

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ประชาชนในนครลอสแอนเจลิส ออกมาชุมนุมประท้วงการปลดนายคอมีย์

3) ทรัมป์อาจแค่ไม่ชอบคอมีย์เป็นการส่วนตัว

นายทรัมป์พูดระหว่างเรียกนายคอมีย์เข้าไปหาในการประชุมเมื่อเดือน ม.ค. ว่า "เขาเริ่มดังกว่าผมเสียแล้ว!" แต่นี่อาจสื่อความหมายเชิงลบมากกว่าเชิงบวกหรือไม่?

วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวที่ขอสงวนนามหลายคนว่า นายทรัมป์และนายคอมีย์เป็นคู่ที่เข้ากันไม่ได้เลย และนายทรัมป์เริ่มไม่พอใจมากขึ้นที่สื่อมวลชนพากันสนใจนายคอมีย์ นอกจากนี้ การที่นายคอมีย์ไม่ยอมช่วยพูดกลบเกลื่อนเรื่องความเกี่ยวโยงระหว่างทีมหาเสียงของนายทรัมป์กับรัสเซียยิ่งเป็นตัวแปรที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ตึงเครียดขึ้น

4) สาเหตุจากหลายปัจจัยผสมกัน หรือสาเหตุอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น

ซึ่งคนที่ทราบสาเหตุการปลดฟ้าผ่า ผอ.เอฟบีไอ มีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นคือ ประธานาธิบดีทรัมป์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง