ยาชนิดใหม่ ยืดอายุขัยผู้ติดเชื้อเอชไอวีเกือบเท่าปกติ

จิมมี่ ไอแซค อายุ 28 ปี ตั้งตารอคอยการใช้ชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรง กับยาชนิดใหม่ Image copyright JIMMY ISAACS
คำบรรยายภาพ จิมมี่ ไอแซค อายุ 28 ปี ตั้งตารอคอยการใช้ชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรง กับยาชนิดใหม่

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการเดอะ แลนเซทระบุว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่อายุยังน้อยและได้รับการรักษาด้วยยาที่มีการคิดค้นใหม่ล่าสุด จะมีอายุขัย ยืนยาวเกือบเป็นปกติโดยเป็นผลมาจากการดูแลรักษาที่ดีขึ้น

ผลการค้นพบใหม่ชี้ว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวีในช่วงอายุ 20 ปี ที่เริ่มรักษาด้วยยาต้านรีโทรไวรัสในปี 2010 คาดว่าจะมีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้น 10 ปี เมื่อเทียบกับผู้ที่เริ่มรักษาด้วยยาชนิดเดียวกันเมื่อปี 1996

แพทย์ระบุว่า การเริ่มรักษาแต่เนิ่น ๆ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตยืนยาวและมีสุขภาพดี แต่หลายองค์กรการกุศล ที่ทำงานเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีระบุว่า ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อไวรัสดังกล่าว โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ที่สาเหตุการเสียชีวิตจากเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่ เป็นเพราะผู้ป่วยเข้าไม่ถึงยารักษา

การป้องกันที่ได้ผลดีขึ้น

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบริสตอลผู้จัดทำรายงานนี้ระบุว่า ความสำเร็จของการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี เป็นผลมาจากยาชนิดใหม่ ที่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงน้อยลง และป้องกันการขยายจำนวนของไวรัสในร่างกายได้ดีขึ้น รวมถึงมีผลทำให้ไวรัสดื้อยาน้อยลง นอกจากนี้ คณะนักวิจัยเชื่อว่าโครงการตรวจหาเชื้อและการป้องกัน รวมถึงการรักษาที่ดีขึ้น ยังมีส่วนช่วยด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ยังมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่มีอายุยืนยาวไม่เท่าที่ควร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อจากการใช้เข็มฉีดยา

Image copyright Science Photo Library
คำบรรยายภาพ การรักษาด้วยยาต้านรีโทรไวรัส อาศัยการออกฤทธิ์ของยา 3 ชนิดหรือมากกว่า รวมกัน เพื่อยับยั้งเชื้อไวรัสเอชไอวีไม่ให้เจริญเติบโต

สำหรับการรักษาด้วยยาต้านรีโทรไวรัส เป็นการใช้ยา 3 ชนิดรวมกันหรือมากกว่า เพื่อยับยั้งหรือต้านการแบ่งตัวของเชื้อเอชไอวี (ไวรัสที่ก่อให้เกิดภาวะภูมคุ้มกันบกพร่องในมนุษย์) และได้ชื่อว่า 'เป็นความสำเร็จด้านสาธารณสุขประการหนึ่งในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา'

ยาใช้ได้ผลจริง

นายจิมมี่ ไอแซค อายุ 28 ปี พบว่าเขาได้รับเชื้อเอชไอวี จากอดีตคนรักเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน ขณะนี้เขาต้องรับประทานยา 3 ชนิด ในเวลา 18:00 น. ทุกวันเป็นประจำไปตลอดชีวิต

"ผมมีสุขภาพปกติดี รับประทานอาหารและดื่มได้อย่างคนที่มีสุขภาพดี และไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ทั้งในเรื่องงานหรือการใช้ชีวิตในสังคม"

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะต้องเปลี่ยนตัวยาถึง 2 ครั้ง เพื่อให้ได้ส่วนผสมที่เหมาะกับเขา แต่ตอนนี้ไอแซค กล่าวว่าไม่มีผลข้างเคียงจากการใช้ยาเลย 'ผมได้ยินเรื่องแย่ ๆ เกี่ยวกับยาในยุคปี 90 มามาก แต่เมื่อผมค้นหาข้อมูลดูก็พบว่า ยารักษาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว'

คำบรรยายภาพ นักวิจัยเชื่อว่าความสำเร็จของการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี เป็นผลมาจากยาชนิดใหม่ ที่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงน้อยลง และป้องกันการขยายจำนวนของไวรัสในร่างกายได้ดีขึ้น

ทีมนักวิจัย ศึกษาข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้ติดเชื้อเอชไอวี 88,500 รายในยุโรปและทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งเคยเข้าร่วมในการศึกษามาแล้ว 18 โครงการ โดยอ้างอิงตัวเลขคาดการณ์อายุขัย ตัวเลขอัตราการเสียชีวิตระหว่าง 3 ปีแรกหลังผู้ป่วยเริ่มใช้ยารักษา ผลการศึกษาชี้ว่า ตัวเลขการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ที่ได้รับยารักษาระหว่างปี 2008-2010 ลดลง เมื่อเทียบกับผู้ที่เริ่มรับยารักษาระหว่างปี 1996- 2007

โดยผู้ติดเชื้อในช่วงวัย 20 ปี ที่เริ่มรักษาด้วยยาต้านรีโทรไวรัส หลังปี 2008 ในขณะที่มีจำนวนเชื้อในร่างกายต่ำ มีตัวเลขคาดการณ์อายุขัยอยู่ที่ 78 ปี หลังจากเริ่มรักษาได้ 1 ปี ซึ่งนับว่าใกล้เคียงกับอายุขัยเฉลี่ยของประชากรทั่วไป

การรักษาด้วยยาต้านไวรัสคืออะไร

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การรักษาด้วยยาต้านรีโทรไวรัส อาศัยการออกฤทธิ์ของยา 3 ชนิดหรือมากกว่า รวมกัน เพื่อยับยั้งเชื้อไวรัสเอชไอวีไม่ให้เจริญเติบโต

•เริ่มใช้เมื่อปี 1996 โดยอาศัยการออกฤทธิ์ของยา 3 ชนิดหรือมากกว่า รวมกัน เพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสเอชไอวี

•ยาช่วยป้องกันการทำลายระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดจากไวรัสเอชไอวี และยับยั้งการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น

•ยารุ่นใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และก่อให้เกิดผลข้างเคียงน้อยลง

•องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า ควรเริ่มรักษาด้วยยาต้านรีโทรไวรัสหลังตรวจพบเชื้อโดยเร็วที่สุด

Image copyright SPL
คำบรรยายภาพ ภาพจำลองอนุภาคของเชื้อไวรัสเอชไอวีในกระแสเลือด

นายแพทย์ไมเคิล เบรดี ผู้อำนวยการเทอร์เรนซ์ ฮิกกิ้นส์ ทรัสต์ กล่าวว่า ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี ในช่วงทศวรรษปี 1980 และยังหมายรวมถึงผู้ติดเชื้อเอชไอวี 1 ใน 3 เป็นกลุ่มคนคนอายุมากกว่า 50 ปี ซึ่งการดูแลด้านสาธารณสุข สังคม และสวัสดิการ ไม่พร้อมที่จะรองรับ ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่กำลังมีอายุมากขึ้น

'ความสำเร็จทางการแพทย์'

ศ.เฮเลน สโตค-แลมพาร์ด ประธานสถาบันแพทย์เวชกรรมทั่วไปของอังกฤษ กล่าวว่า นับเป็นความสำเร็จทางการแพทย์ที่ยิ่งใหญ่สามารถควบคุมการติดเชื้อซึ่งครั้งหนึ่ง เคยถือเป็นอาการป่วยร้ายแรงได้ และผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีกำลังมีชีวิตยืนยาวขึ้น เขาหวังว่าจะมีการต่อยอดผลการศึกษานี้ และจะมีหนทางในขจัดมุมมองในแง่ลบ เกี่ยวกับเชื้อเอชไอวี และช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องประสบความยากลำบากในจ้างงานในประเทศที่มีข้อบังคับเรื่องประกันสุขภาพ

ทั้งนี้ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ เชื่อว่ายังมีผู้ติดเชื้อราว 1 ใน 8 ที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง