กต.ยอมรับจีนไม่เชิญ "ประยุทธ์" ร่วมประชุม "เส้นทางสายไหม"

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย Image copyright Getty Images

กระทรวงต่างประเทศเผยจีนไม่ได้เชิญนายกรัฐมนตรีร่วมประชุมเส้นทางสายไหม แต่เชิญรัฐมนตรี 6 กระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ด้านนักวิชาการมองว่าไม่ใช่การเพิกเฉยต่อความสัมพันธ์กับทางการไทย ซึ่งมีความใกล้ชิดกับทางการจีนอย่างแนบแน่นจากการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้ง เรือดำน้ำจากจีน

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า รัฐบาลจีนไม่ได้ส่งคำเชิญ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมระดับสูง เวทีข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 (High-Level Dialogue Belt and Road Forum for International Cooperation) ที่กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 พฤษภาคม 2560 เนื่องจากได้เชิญให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุม BRICS Summit ครั้งที่ 9 แทน และนายกรัฐมนตรีได้ตอบตกลงที่จะเข้าร่วมงานดังกล่าวแล้ว โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นที่เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยนในเดือนกันยายน และทางการจีนเป็นเจ้าภาพเช่นกัน

สำหรับการประชุมระดับสูง เวทีข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 รัฐบาลจีนได้เชิญรัฐมนตรีจาก 6 กระทรวง ประกอบด้วย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และตัวแทนของกระทรวงการคลัง เข้าร่วมประชุม

ขณะ เว็บไซต์เดอะ ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮอรัลด์ ของออสเตรเลีย และเว็บไซต์ทรูนิวส์ เปิดเผยว่ามีผู้นำหลายประเทศที่ได้รับเชิญไปร่วมการประชุมดังกล่าว อาทิ นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา นายนาวาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย นอกจากนี้ยังมีผู้นำจากเวียดนาม ฟิจิ คาซัคสถานและศรีลังกาอีกด้วย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีผู้นำหลายชาติทั่วโลกเข้าร่วมในช่วงสุดสัปดาห์นี้ในกรุงปักกิ่ง

น.ส.บุษฎี บอกว่า ยืนยันว่า แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะไม่ได้เดินทางร่วมในการประชุมระดับสูงดังกล่าว ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของไทย เนื่องจากรัฐมนตรีที่ไปร่วมประชุมล้วนเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงต่อประเด็นสำคัญต่างๆ ที่ร่วมหารือกัน ในขณะเดียวกันไทยยังมีความพร้อมในการเป็นจุดเชื่อมที่สำคัญทั้งทางบกและทางทะเลในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

นักวิชาการชี้ ไทย-จีนความสัมพันธ์แนบแน่น

ในมุมมองของ รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า แม้ว่าผู้นำของไทยจะไม่ได้รับเชิญร่วมการประชุมระดับสูง เวทีข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 ก็ตามแต่ไม่ใช่การเพิกเฉยต่อความสัมพันธ์กับทางการไทย โดยเฉพาะในระยะหลังไทยมีความใกล้ชิดกับทางการจีนอย่างแนบแน่น เช่น การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้ง เรือดำน้ำจากจีน

"หากเปรียบเทียบระดับความพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศในอาเซียนที่ได้รับเชิญไป เช่น เวียดนาม และฟิลิปปินส์ แล้ว จะเห็นได้ว่าไทยมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างแนบแน่นอย่างมีรูปธรรมมากกว่ามาก ทั้งในแง่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและประวัติศาสตร์" รศ.ดร.สมชายกล่าว

ส่วนการเชิญนายกรัฐมนตรีของไทยไปร่วมการประชุม BRICS Summit ครั้งที่ 9 ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับภูมิภาคอาเซียน แต่นักวิชาการผู้นี้มองว่า จีนต้องการสร้างยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในระดับโลก โดยการที่ได้ไทยไปร่วมประชุมครั้งนี้อาจจะเป็นนัยในการขยายสมาชิกของ BRICS ซึ่งปัจจุบันประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เรือดำน้ำที่ไทยเตรียมซื้อจากจีน จะไม่เหมือนในภาพเสียทีเดียว เนื่องจากเป็นรุ่นที่ต่อให้ไทยโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ กลุ่มความร่วมมือดังกล่าวยังได้หันมาให้ความสำคัญด้านการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานและมีแนวคิดจะสร้างธนาคารร่วมกัน โดยการผลักดันจากจีน โดยที่ รศ.ดร. สมชายวิเคราะห์ว่า เป็นกลยุทธ์แบบคู่ขนานไปกับการประชุมระดับสูงเวทีข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 ที่จะจัดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่กรุงปักกิ่ง และเตรียมผลักดันบทบาทของธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank: AIIB) ในอนาคตให้เข้มแข็งมากขึ้น และเพิ่มบทบาทของจีนในฐานะผู้นำทางเศรษฐกิจของโลก โดยเฉพาะหลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ ลงนามคำสั่งคำสั่งฝ่ายบริหารให้สหรัฐฯ ถอนตัวออกจาก ความตกลงหุ้นส่วน เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก 12 ประเทศ หรือ ทีพีพี (the Trans-Pacific Partnership: TPP) ไปแล้วภายหลังจากขึ้นรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง