มัลแวร์เรียกค่าไถ่โจมตี 99 ประเทศทั่วโลก

มัลแวร์เรียกค่าไถ่ชื่อ WannaCry เข้าปิดล็อกระบบคอมพิวเตอร์ในหลายประเทศและเรียกร้องเงินค่าไถ่เพื่อปลดล็อก Image copyright WEBROOT
คำบรรยายภาพ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ชื่อ WannaCry เข้าปิดล็อกระบบคอมพิวเตอร์ในหลายประเทศและเรียกร้องเงินค่าไถ่เพื่อปลดล็อก

ระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทและองค์กรสำคัญใน 99 ประเทศทั่วโลก ถูกมัลแวร์ชื่อ WannaCry เข้าปิดล็อกระบบและเรียกร้องค่าไถ่เป็นเงินบิตคอยน์มูลค่า 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 10,400 บาท ) แลกกับการปลดล็อกให้

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ามัลแวร์นี้เป็นโปรแกรมที่คิดค้นโดยสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (NSA)แต่ได้ถูกกลุ่มนักเจาะล้วงข้อมูลทางไซเบอร์ "แชโดว์ โบรคเกอร์ส" (Shadow Brokers) ขโมยมาเผยแพร่ฟรีทางออนไลน์เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ประเทศที่ถูกมัลแวร์ WannaCry โจมตีนั้นรวมถึงสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร จีน รัสเซีย สเปน อิตาลี และไต้หวัน โดยบริษัท Avast ซึ่งเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์รายงานว่า พบกรณีการโจมตีด้วยมัลแวร์นี้ถึง 75,000 กรณีทั่วโลก โดยหลายกรณีมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน แต่ยังไม่พบว่าเป็นการมุ่งโจมตีเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่งโดยเฉพาะ และพบว่าเริ่มมีผู้โอนเงินค่าไถ่เข้าบัญชีบิตคอยน์ของมัลแวร์ตัวนี้แล้ว

ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS )ได้รับผลกระทบอย่างหนักหลังถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ดังกล่าว โดยโรงพยาบาลและคลินิกต่าง ๆ ไม่สามารถรับคนไข้เข้ารักษา รวมทั้งต้องยกเลิกนัดหมายต่าง ๆกับผู้ป่วย นอกจากนี้ บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของสเปน Telefonica และบริษัทให้บริการส่งของ FedEx ยังได้รับผลกระทบในการดำเนินงานอย่างมาก ส่วนที่รัสเซียพบกรณีการถูกโจมตีมากที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ามัลแวร์ WannaCry อาศัยช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ที่เรียกกันว่า EternalBlue เข้าโจมตี โดยตัวมัลแวร์มีลักษณะเป็นเวิร์ม (Worm) ที่แพร่กระจายตัวเองออกไปในระบบคอมพิวเตอร์ได้ โดยไม่ต้องอาศัยการหลอกล่อผู้ใช้งานให้คลิกตอบรับเพื่อเข้าสู่ระบบแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ กลุ่มนักเจาะล้วงข้อมูลทางไซเบอร์ "แชโดว์ โบรคเกอร์ส" บอกว่านำเอามัลแวร์ที่รัฐบาลสหรัฐฯคิดค้นหลายตัวออกเผยแพร่ฟรี เพื่อเป็นการประท้วงต่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

ส่วนทางบริษัทไมโครซอฟท์นั้นได้ออกโปรแกรมอัพเดทเพื่อป้องกันการโจมตีของมัลแวร์ตัวนี้แก่ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว แต่คาดว่ามีผู้ใช้งานหลายรายยังไม่ได้ติดตั้งหรืออัพเดทโปรแกรมป้องกันดังกล่าว

สำหรับมาตรการป้องกันในประเทศไทย พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านเว็บไซต์มติชนออนไลน์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช) ได้รับรายงานจาก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) เรื่องดังกล่าวแล้ว และได้กำชับให้ กระทรวงดิจิทัล เร่งตรวจสอบสถานการณ์แพร่ระบาดของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ในไทย พร้อมเผยแพร่คำแนะนำในการป้องกันและแก้ไขให้ประชาชนทราบโดยเร็ว