เผยทรัมป์ไม่เคยบังคับ ผอ.เอฟบีไอสวามิภักดิ์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ Image copyright Alexander Shcherbak\TASS/Getty Images
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

นายฌอน สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อมวลชนอเมริกันหลายสำนัก ที่ระบุว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยเรียกร้องให้นายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการเอฟบีไอที่เพิ่งถูกปลดให้จงรักภักดีกับตน ในระหว่างนัดรับประทานอาหารค่ำเป็นการส่วนตัวของทั้งสองที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยนายสไปเซอร์ชี้ว่ารายงานข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

รายงานข่าวของสื่อมวลชนสหรัฐฯ ระบุว่า ในครั้งนั้นนายโคมีย์ได้ตอบคำขอของนายทรัมป์ไปว่า สิ่งที่เขาจะมอบให้ได้คือความซื่อตรงเท่านั้น แต่ไม่ใช่ความจงรักภักดี

ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์บอกกับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีว่า นายโคมีย์เป็นผู้ร้องขอให้มีการนัดพบรับประทานอาหารค่ำดังกล่าว แต่นายโคมีย์แย้งว่านายทรัมป์เป็นฝ่ายเชิญเขาก่อน โดยนายเจมส์ แคลปเปอร์ อดีตผู้อำนวยการงานข่าวกรองแห่งชาติเผยว่า นายโคมีย์ได้มาบอกกับเขาก่อนการพบปะผู้นำสหรัฐฯครั้งนั้นว่า เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง เพราะเกรงว่าการนัดพบครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการสืบสวนกรณีความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับรัสเซีย

นายสไปเซอร์ยังได้ชี้แจงถึงข้อความทางทวิตเตอร์ของนายทรัมป์เมื่อวานนี้ (12 พ.ค.) ซึ่งระบุว่า "นายโคมีย์ควรจะหวังว่าไม่มีเทปบันทึกการสนทนาระหว่างตัวเขากับผมอยู่ ก่อนที่จะเที่ยวไปปล่อยข่าวกับสื่อมวลชนนะ" ซึ่งโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯบอกว่าข้อความนี้ไม่ใช่คำขู่ และปฏิเสธไม่ตอบคำถามที่ว่านายทรัมป์แอบบันทึกเสียงเป็นการลับในทำเนียบประธานาธิบดีหรือไม่

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับนายโคมีย์บอกกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นว่า นายโคมีย์ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องกังวล หากมีเทปบันทึกเสียงที่ว่าอยู่จริง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายคอมีย์ถูกปลดเพียงไม่กี่วันก่อนที่เขาจะเข้าชี้แจงเรื่องรัสเซียต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสมาชิก

ข้อความทางทวิตเตอร์ล่าสุดของนายทรัมป์ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเทียบรัฐบาลของเขากับของอดีตประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ที่มักลอบบันทึกเสียงการสนทนาต่าง ๆ ซึ่งทำให้ท้ายที่สุดนายนิกสันต้องออกจากตำแหน่งเนื่องจากคดีอื้อฉาววอเทอร์เกต

ด้านนายทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจต่อสื่อมวลชน โดยทวีตข้อความขู่ว่าอาจต้องงดการประชุมแถลงข่าวครั้งต่อ ๆ ไปทั้งหมด และแจกข่าวเป็นลายลักษณ์อักษรแก่สื่อมวลชนแทน เพื่อความถูกต้องของรายงานข่าว หรือเขาอาจพิจารณาลดการแถลงข่าวด้วยตนเองลงเหลือเพียงหนึ่งครั้งทุกสองสัปดาห์ เพราะที่ผ่านมาสื่อไม่เป็นมิตรและปฏิบัติไม่เป็นธรรมกับเขา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง