ไมโครซอฟท์ตำหนิรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นต้นเหตุโจมตีทางไซเบอร์

แจ้งเตือนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ว่าคอมพิวเตอร์กำลังเสียงถูกมัลแวร์ Image copyright PA
คำบรรยายภาพ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใช้งานตามบ้านมีความเสี่ยงต่ำที่จะถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ WannaCry แต่ควรอัพเดตป้องกันไว้ก่อน

บรรดาบริษัทและองค์กรต่างๆ ทั่วโลก ต่างเร่งเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีครั้งใหม่ของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry ซึ่งเชื่อว่ากำลังมีการแก้ไขรหัสให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ เพื่อให้แพร่กระจายตัวไปตามเครือข่ายคอมพิวเตอร์ต่างๆ ทั่วโลกได้อีกครั้ง โดยผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะเกิดการโจมตีของมัลแวร์ดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้

น.ส.เบ็คกี้ พิงคาร์ด จากบริษัทดิจิทัล แชโดวส์ ของสหราชอาณาจักรบอกว่า เป็นเรื่องง่ายที่ผู้ควบคุมมัลแวร์ WannaCry หรือผู้เขียนโปรแกรมเลียนแบบคนอื่นๆ จะเข้าไปแก้ไขรหัสมัลแวร์ที่ขณะนี้ถูกนักวิจัยชาวอังกฤษยับยั้งการแพร่ระบาดเอาไว้ เพื่อให้มัลแวร์ทำสำเนาและแพร่กระจายตัวเองออกไปได้อีกครั้ง และคราวนี้จะไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้ด้วยวิธีเดิม

ทั้งนี้ ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry ได้สร้างความเสียหายให้กับระบบคอมพิวเตอร์ถึง 200,000 ระบบ ใน 150 ประเทศ

นายคอสติน รีอาว ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทแคสเปอร์สกี ซึ่งแจ้งว่าพบมัลแวร์ WannaCry 2.0 ที่เป็นเวอร์ชันใหม่และไม่มีรหัสทำลายตนเอง (Kill switch )อยู่ด้วยนั้น ได้ออกมาแก้ข่าวว่ารายงานดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยการตรวจสอบครั้งล่าสุดยังไม่พบมัลแวร์ WannaCry เวอร์ชั่นใดที่มีลักษณะเช่นนี้ แต่เชื่อว่ากลุ่มแฮกเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะต้องปล่อยมัลแวร์เวอร์ชั่นใหม่ออกโจมตีอีกครั้งอย่างแน่นอน

Image copyright WEBROOT
คำบรรยายภาพ มัลแวร์ WannaCry เข้ารหัสล็อกข้อมูลไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ จนกว่าจะจ่ายเงินค่าไถ่

ด้านนายแบรด สมิธ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัทไมโครซอฟท์ ได้ออกแถลงการณ์ตำหนิหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลสหรัฐฯ เช่น สำนักงานข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) และสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) ว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ เนื่องจากปล่อยให้ข้อมูลช่องโหว่ความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่เก็บสะสมเอาไว้ รั่วไหลออกไปจนถึงมืออาชญากรและมีการนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อย่างวิกิลีกส์ด้วย

"สภาพการณ์เช่นนี้ เทียบได้กับการที่กองทัพสหรัฐฯ ถูกขโมยขีปนาวุธโทมาฮอว์กไปดีๆ นี่เอง" นายสมิธกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใช้งานตามบ้านทั่วไป มีความเสี่ยงต่ำที่จะถูกโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCry เวอร์ชั่นที่มีการตรวจพบในปัจจุบัน โดยผู้ที่ไม่ได้ใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดวส์ไม่มีความเสี่ยงถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ตัวนี้ ส่วนผู้ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดวส์ควรทำการอัพเดตเพื่ออุดช่องโหว่ความปลอดภัย และสำรองข้อมูลไว้ล่วงหน้า

ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ผู้ใช้งานที่ถูกโจมตีล็อกระบบด้วยมัลแวร์นี้ไปแล้ว อย่าจ่ายเงินค่าไถ่ตามที่มีการเรียกร้อง เพราะไม่สามารถรับประกันได้ว่าระบบจะได้รับการปลดล็อกหากจ่ายเงินค่าไถ่ไปให้อาชญากร