ผลวิจัยชี้ “อ้วนแต่แข็งแรง” ไม่มีอยู่จริง

งานวิจัยบางชิ้นเชื่อว่า หากคนอ้วนไม่ลงพุงและมีการกระจายของไขมันอย่างสม่ำเสมอทั่วร่างกาย จะถือว่ามีสุขภาพดีได้ Image copyright BEELDBEWERKING
คำบรรยายภาพ งานวิจัยบางชิ้นเชื่อว่า หากคนอ้วนไม่ลงพุงและมีการกระจายของไขมันอย่างสม่ำเสมอทั่วร่างกาย จะถือว่ามีสุขภาพดีได้

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมของสหราชอาณาจักร เผยผลการศึกษาล่าสุดซึ่งชี้ว่า ความเชื่อเรื่องที่คนอ้วนอาจถูกจัดว่าเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรงได้ หากไม่มีปัญหาด้านระบบเผาผลาญ เช่น มีความดันโลหิตหรือระดับน้ำตาลในเลือดในเกณฑ์ปกตินั้น ถือเป็นความเข้าใจที่ผิดถนัด

มีการติดตามศึกษาข้อมูลสุขภาพชาวอังกฤษ 3.5 ล้านคนเป็นเวลาสิบปี นับตั้งแต่ปี 1995-2015 โดยเลือกติดตามเฉพาะผู้ที่จัดว่าอ้วนโดยมีดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปตั้งแต่เริ่มแรก และยังไม่มีอาการของโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ระดับคอเลสเตอรอลสูง หรืออาการของเบาหวานปรากฏ

นักวิจัยพบว่าคนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการหัวใจวายหรือป่วยด้วยโรคหัวใจ รวมทั้งเกิดโรคหลอดเลือดสมองในช่วงหลายปีต่อมา เมื่อเทียบกับผู้ที่มีน้ำหนักปกติ แม้จะมีค่าตรวจวัดทางสุขภาพต่างๆ ตามเกณฑ์ในตอนแรก จนดูเหมือนว่ามีสุขภาพร่างกายโดยรวมดีอยู่ก็ตาม

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ มูลนิธิหัวใจแห่งสหราชอาณาจักรเตือนให้คนอ้วนออกกำลังกาย แม้จะยังดูมีสุขภาพดีอยู่ก็ตาม

มีการนำเสนอผลวิจัยดังกล่าวในที่ประชุมว่าด้วยปัญหาโรคอ้วนของยุโรป (European Congress on Obesity) แต่ยังไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการ โดยผลการวิจัยข้างต้นขัดแย้งกับงานวิจัยชิ้นหนึ่งของมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนาในสหรัฐฯ ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2012 ซึ่งระบุว่าคนอ้วนนั้นสามารถจัดว่าเป็นผู้มีสุขภาพดีได้ หากไม่มีอาการผิดปกติของระบบเผาผลาญ

นอกจากนี้ งานวิจัยในอดีตบางชิ้นยังเคยเสนอว่า คนที่มียีนพิเศษบางชนิดหรือมีการกระจายตัวของไขมันอย่างสม่ำเสมอทั่วร่างกายไม่ลงพุง จะสามารถมีรูปร่างอ้วนและมีสุขภาพแข็งแรงไปพร้อมกันได้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ คนอ้วนมีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองในอนาคต แม้จะมีค่าตรวจวัดทางสุขภาพต่างๆ ตามเกณฑ์ในตอนแรกก็ตาม

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิหัวใจแห่งสหราชอาณาจักรเตือนว่า ผลการวิจัยล่าสุดซึ่งศึกษาจากกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ ได้ชี้ให้เห็นแล้วว่าการลดน้ำหนักในกลุ่มคนอ้วนนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แม้จะยังไม่มีอาการของโรคใดๆ รวมทั้งโรคหัวใจปรากฏก็ตาม โดยควรดูแลตนเองให้รับประทานอาหารในสัดส่วนพอเหมาะและออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง