ก้าวแรกแห่งเสรีภาพของเชลซี แมนนิ่ง

เชลซี แมนนิ่ง Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เชลซี แมนนิ่ง

เชลซี แมนนิ่ง หญิงข้ามเพศ ซึ่งเป็นพลทหารในกองทัพบกสหรัฐฯ และเป็นผู้นำเอกสารลับไปให้วิกิลีกส์ เมื่อ ค.ศ. 2010 (พ.ศ.2553) เริ่มต้นชีวิตใหม่หลังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำทหารในสหรัฐฯ

แมนนิ่งโพสต์ภาพและข้อความ "ก้าวแรกแห่งเสรีภาพ" ของเธอทางทวิตเตอร์ หลังได้รับอิสรภาพ โดยหลังจากนี้ เธอยังคงถือว่าอยู่ในหน้าที่ในระหว่างการยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลทหาร แต่กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าแมนนิ่งจะไม่ได้รับ สิทธิในระบบประกันสุขภาพ

Image copyright TWITTER
คำบรรยายภาพ ข้อความในทวิตเตอร์ของเชลซี แมนนิ่ง หลังได้รับการปล่อยตัว

เมื่อปี ค.ศ. 2013 แมนนิ่งถูกสั่งจำคุก 35 ปี ในข้อหาที่เธอมีส่วนเผยเอกสารลับทางการทูตให้กับกลุ่มต่อต้านการปกปิด ความลับ โดยถือเป็นการรั่วไหลของข้อมูลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายบารัค โอบามา ได้สั่งให้ลดโทษด้วยการปล่อยตัวก่อนกำหนดในวันที่ 17 พฤษภาคม 2017 แทนที่จะเป็นในปี ค.ศ. 2045

แมนนิ่งระบุในคำแถลงผ่านสหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน (American Civil Liberties Union) ซึ่งให้ความช่วยเหลือ ทางกฎหมายว่าหลังจากต้องรอคอยอย่างกระวนกระวายมานาน 4 เดือน ในที่สุดวันที่ตั้งตารอมานานก็มาถึง เธอกล่าว ด้วยว่าสิ่งที่เธอให้ความสำคัญคืออนาคตที่รออยู่ข้างหน้า มิใช่สิ่งที่ผ่านมาแล้วในอดีต

เชลซี แมนนิ่ง อายุ 29 ปี มีชื่อเดิมว่าแบรดลีย์ แมนนิ่ง ก่อนที่เธอจะถูกตัดสินจำคุกเมื่อปี 2013 แมนนิ่งกล่าวว่ารู้สึกว่า ตนเองเป็นผู้หญิงมาตั้งแต่เด็ก และต้องการใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงที่ชื่อเชลซี

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เชลซี แมนนิ่ง ถูกคุมขังในเรือนจำชาย

"เป็นครั้งแรกที่ฉันมองเห็นอนาคตของตัวเองในฐานะเชลซี" แมนนิ่งกล่าวในคำแถลงที่ออกมาล่วงหน้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เธอบอกด้วยว่าจินตนาการเห็นภาพชีวิตและการเป็นอยู่อย่างที่เป็นตัวของเธอเอง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็สามารถเข้ากับโลก ภายนอกได้

อย่างไรก็ดี เกลนน์ กรีนวาลด์ เพื่อนของแมนนิ่งที่มีส่วนในการเผยแพร่เอกสารลับ กล่าวกับบีบีซีว่าการใช้ชีวิต นอกเรือนจำไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแมนนิ่งยังต้องอาศัยอยู่ในประเทศเดียวกันกับบรรดานายทหารระดับสูงที่กล่าวโทษ และมองเธอว่าเป็นผู้ทรยศ แต่หากมองให้ลึกลงไปแล้วก็จะเห็นว่าสิ่งที่แมนนิ่งทำได้สำเร็จคือการเผยให้เห็นสิ่งที่ถือได้ว่าเป็น อาชญากรรมสงครามอย่างปราศจากข้อสงสัย และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วโลก

การตัดสินใจของนายโอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ลดโทษให้แมนนิ่งเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากแกนนำ พรรครีพับลิกัน รวมทั้งวุฒิสมาชิกจอห์น แมคเคน

ทางกองทัพบกสหรัฐฯ ตั้งข้อหาแมนนิ่ง 22 ข้อหา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการครอบครองและเผยแพร่เอกสารลับรวมถึงวีดีโอ ทางการทูตและการทหาร 7 แสนฉบับ ในจำนวนนี้มีวิดีโอขณะเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ปฏิบัติภารกิจสังหารประชาชน 12 คนในกรุงแบกแดดเมื่อปี ค.ศ.2007 ด้วย

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เชลซี แมนนิ่ง หรือชื่อเดิมว่าแบรดลีย์ แมนนิ่ง

นอกจากนี้ แมนนิ่ง ยังส่งต่อข้อความที่มีความละเอียดอ่อนที่มีการส่งกันในหมู่เจ้าหน้าที่การทูตสหรัฐฯ ซึ่งเป็นข้อมูลการ ประเมินข่าวกรองเกี่ยวกับผู้ต้องขังในเรือนจำที่อ่าวกวนตานาโมซึ่งถูกคุมขังโดยไม่ได้แจ้งข้อหา รวมถึงบันทึกทางทหาร จากสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน

ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยออกมาสร้างความอับอายให้กับสหรัฐฯ และเป็นแรงกระตุ้นให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามาหันมา สอบสวนกรณีดังกล่าว ซึ่งในการฟังคำตัดสิน แมนนิ่ง ได้กล่าวขอโทษที่ทำร้ายสหรัฐฯ โดยเธออธิบายว่าที่ทำไปนั้น เป็นเพราะอยากจะเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง