สหรัฐฯ-อียู ไม่ออกคำสั่งห้ามนำแล็ปท็อปจากเที่ยวบินยุโรป ขึ้นเครื่อง

คอมพิวเตอร์แล็ปท็อป Image copyright AFP

สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป มีมติร่วมกันไม่สั่งห้ามการพกพาแล็บท็อปเข้าไปในชั้นผู้โดยสารบนเครื่องบินที่เดินทางมาจากยุโรป หลังสหรัฐฯ มีข้อมูลใหม่ว่าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในแล็ปท็อป อาจจะถูกดัดแปลงเป็นระเบิดได้

ข้อสรุปนี้มีขึ้นหลังการประชุมร่วมระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ที่ใช้เวลานาน 4 ชม.ที่กรุงบรัสเซลล์ของประเทศเบลเยียม เพื่อหารือเรื่องภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางการบิน ภายหลังหน่วยงานของสหรัฐฯ มีข้อมูลใหม่ว่าชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปสามารถเกิดการระเบิดได้ แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่มากกว่านี้

แม้ว่าจะไม่มีคำสั่งห้ามการนำคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปขึ้นห้องโดยสารบนเที่ยวบินที่เดินทางจากยุโรป แต่สหรัฐฯ และอียู กำลังพิจารณามาตรการอื่นเพื่อป้องกันเรื่องนี้

เมื่อเดือน มี.ค.ทางการสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ความพยายามในการขยายมาตรการคำสั่งห้ามการนำแล็ปท็อปขึ้นเครื่องบินโดยสาร จากเที่ยวบินที่มาจากยุโรป เป็นผลมาจากการมีคำสั่งห้ามการพกพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปเข้าไปในชั้นผู้โดยสารบนเครื่องบิน โดยบังคับใช้กับเที่ยวบินที่มาจากประเทศมุสลิมกว่า 8 ประเทศ ได้แก่ ตุรกี โมร็อกโก จอร์แดน อียิปต์ อาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย และคูเวต เนื่องจากเกรงว่า ระเบิดจะถูกซุกซ่อนอยู่ในอุปกรณ์เหล่านี้ ขณะที่สหราชอาณาจักร ได้ออกมาตรการในลักษณะเดียวกันมาบังคับใช้กับเที่ยวบินจาก 6 ประเทศ

ด้านนายสตีฟ แลนเดลส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของสมาคมนักบินแห่งสายการบินในสหราชอาณาจักร ชี้ว่ายิ่งพกพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แบตเตอรีลิเธียมขึ้นห้องโดยสารขนาดใหญ่เท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดไฟปะทุมากขึ้นเท่านั้น ความเสี่ยงในการเกิดไฟไหม้จากอุปกรณ์จำพวกนี้ คือ การระเบิดหรือการลัดวงจรของแบตเตอรี ซึ่งหากเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น ห้องโดยสารจะตรวจจับสัญญาณความผิดปกติ หลังจากนั้นลูกเรือจะเข้าดับไฟก่อนที่เพลิงจะลุกลามจนไม่สามารถควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม เคยมีรายงานเหตุแบตเตอรีลิเธียมระเบิดมาแล้ว 2 ครั้ง