จีนเผยสกัด "มีเธนไฮเดรต" จากทะเลจีนใต้สำเร็จ

มีเทนไฮเดรต หรือ "น้ำแข็งติดไฟ" เป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่ให้พลังงานสูง Image copyright Alamy
คำบรรยายภาพ มีเทนไฮเดรต หรือ "น้ำแข็งติดไฟ" เป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่ให้พลังงานสูง

ทางการจีนประกาศว่าสามารถขุดเจาะและสกัดก๊าซธรรมชาติจากแหล่งมีเทนไฮเดรต หรือ "น้ำแข็งติดไฟ" ที่ก้นทะเลจีนใต้ขึ้นมาใช้ได้แล้ว ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ เนื่องจากเป็นการเข้าถึงแหล่งเชื้อเพลิงพลังงานสูงแห่งอนาคต ซึ่งก่อนหน้านี้ถือว่าขุดเจาะและสกัดมาใช้ได้ยาก

มีเทนไฮเดรต หรือ มีเทนคลาเทรต (Methane hydrates /Methane clathrates) เป็นสารที่ประกอบด้วยน้ำและก๊าซมีเทนในภาวะเยือกแข็ง โดยผลึกน้ำแข็งจะล้อมอยู่โดยรอบโมเลกุลของก๊าซมีเทน สามารถเกิดขึ้นได้ในสภาพที่มีอุณหภูมิต่ำและความดันสูง ปกติพบได้ตามตะกอนใต้พื้นทะเลทั่วโลกโดยเฉพาะตามขอบไหล่ทวีป หรือในชั้นดินเยือกแข็งคงตัว (Permafrost) ตามเขตขั้วโลก

แม้จะมีอุณหภูมิต่ำมากแต่มีเทนไฮเดรตสามารถติดไฟได้ ทำให้ดูคล้ายกับก้อนน้ำแข็งที่มีไฟลุกไหม้ หากมีการลดความดันหรือเพิ่มอุณหภูมิ ก๊าซมีเทนจะถูกปลดปล่อยออกมาในปริมาณมาก โดยมีเทนไฮเดรต 1 ลูกบาศก์เมตร สามารถให้ก๊าซมีเทนได้ถึง 160 ลูกบาศก์เมตร ทำให้จัดว่าเป็นเชื้อเพลิงที่ให้พลังงานในระดับสูงแหล่งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าให้ก๊าซได้ในปริมาณสูงกว่าแหล่งหินดินดาน (Shale)ถึง 10 เท่า และอาจเป็นแหล่งพลังงานคาร์บอนใหญ่ที่สุดแหล่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในธรรมชาติ

มีการค้นพบมีเทนไฮเดรตในทางตอนเหนือของรัสเซียเมื่อทศวรรษ 1960 แต่การวิจัยเพื่อสกัดนำมาใช้เพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อราว 10-15 ปีที่ผ่านมา โดยชาติที่ไม่มีแหล่งน้ำมันของตนเองเช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ต่างให้ความสนใจทำโครงการวิจัยดังกล่าว รวมทั้งสหรัฐฯและแคนาดาก็ทำการวิจัยเพื่อหาทางนำมีเทนไฮเดรตใต้ชั้นดินเยือกแข็งของอะแลสกาขึ้นมาใช้ด้วย

Image copyright USGS
คำบรรยายภาพ ก้อนมีเทนไฮเดรตที่นำขึ้นมาจากอ่าวเม็กซิโกโดยองค์การสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ

รองศาสตราจารย์ ประวีน ลิงกา จากภาควิชาวิศวกรรมเคมีและชีวโมเลกุล มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์บอกว่า ขณะนี้ทีมนักวิทยาศาสตร์จีนสามารถใช้เทคนิคขุดเจาะและสกัดเอาก๊าซจากมีเทนไฮเดรตออกมาได้ ในปริมาณที่มากกว่าผลงานของทีมนักวิทยาศาสตร์ชาติอื่นเช่นญี่ปุ่น ซึ่งทำให้เข้าใกล้ความเป็นไปได้ในการผลิตก๊าซจากมีเทนไฮเดรตเพื่อการพาณิชย์ยิ่งขึ้น แต่คาดว่ากว่าจะไปถึงขั้นนั้น ได้อาจต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 8 ปี

ทั้งนี้ จีนค้นพบแหล่งมีเทนไฮเดรตในทะเลจีนใต้เมื่อปี 2007 ซึ่งพื้นที่นี้ยังตกเป็นกรณีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์กับอีกหลายชาติอยู่ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าควรจะต้องระวังผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมโดยต้องไม่ปล่อยให้ก๊าซมีเทนปริมาณมากรั่วไหลขึ้นสู่บรรยากาศ เพราะจะยิ่งเร่งให้ภาวะเรือนกระจกมีความรุนแรงและอุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม